รองนายกรัฐมนตรี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) เป็นประธานมอบคืนโฉนดให้กับสมาชิก กฟก.ชุมพร 29 รายที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูฯ 3.6 ล้านบาท พร้อมแก้ปัญหาหนี้ให้เกษตรกรด้วยการชำระหนี้แทนสหกรณ์กว่า 5 แสนบาท

วันที่ 11 กันยายน 2564 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดชุมพร มีการจัดกิจกรรม “มอบเช็คชำระหนี้ , เช็คการฟื้นฟูอาชีพ และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ จังหวัดชุมพร” ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ในพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และมีผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายธีระ อนันตเสรีวิทยา นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฯ ตัวแทนจากองค์กร หน่วยงานราชการต่าง ๆ และสมาชิกเกษตรกรเข้าร่วมงาน

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้องค์กรเกษตรกรได้รับงบประมาณเพื่อนำไปฟื้นฟูอาชีพตามเจตนารมณ์ของ กฟก. เป็นเงิน 3,622,500 บาท จำนวน 4 กลุ่ม รวม 85 ราย และมีเกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทน 1 สหกรณ์ เป็นเงิน 589,739.57 บาท รวมทั้งมีเกษตรกรที่ได้รับโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา 29 ราย ซึ่งได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นประธานมอบ

สำหรับจังหวัดชุมพรมีองค์กรเกษตรกร จำนวน 985 องค์กร สมาชิกสมาชิก 89,000 ราย ได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูอาชีพแล้วจำนวน 68 โครงการ งบประมาณ 2.29 ล้านบาท เกษตรกรได้รับการชำระหนี้แทน 191 ราย เป็นเงิน 31.89 ล้านบาท กฟก.สามารถรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ 79 แปลง เนื้อที่ประมาณ 787 ไร่ โอนหลักทรัพย์คืนเกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว 36 แปลง เนื้อที่ประมาณ 325 ไร่ ในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการอนุมัติโครงการฟื้นฟูเพิ่มเติมอีก 4 องค์กร 4 โครงการ เป็นเงิน 3,622,500 บาท และเกษตรกรได้รับการชำระหนี้แทนอีก 2 ราย เป็นเงิน 2.58 ล้านบาท ได้รับอนุมัติปิดบัญชี จำนวน 23 ราย

ในปัจจุบัน ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร จำนวน 55,588 องค์กร เกษตรกรสมาชิกจำนวน 5,646,695 ราย องค์กรเกษตรกรได้รับการสนับสนุนแล้ว จำนวน 11,361 องค์กร งบประมาณ 1,210.04 ล้านบาท ด้านการจัดการหนี้ของเกษตรกร มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนหนี้ 535,871 ราย 769,220 บัญชี ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 30,654 ราย 30,707 บัญชี เป็นเงิน 7,291,695,724.98 บาท รักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ จำนวน 23,305 แปลง 164,707 ไร่ 36.8 ตารางวา

วันที่ 26 สิงหาคม 2564 นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า วันนี้สำนักงาน ป.ป.ช. โดยนางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. และประธานกรรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ได้แถลงผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ 2564 โดย ป.ป.ช.ได้จำแนกหน่วยงานของรัฐออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 คือ หน่วยธุรการขององค์กรศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ และหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา ประเภทที่ 2 คือ ส่วนราชการระดับกรม ประเภทที่ 3 คือ รัฐวิสาหกิจ ประเภทที่ 4 คือ องค์การมหาชน ประเภทที่ 5 คือ กองทุน และหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ประเภทที่ 6 คือ สถาบันอุดมศึกษา ประเภทที่ 7 คือ จังหวัด เฉพาะส่วนราชการส่วนภูมิภาค และประเภทที่ 8 คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

ในส่วนของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดอยู่ในประเภทที่ 5 คือ กองทุน และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ในปีนี้ได้รับคะแนนประเมิน 98.52 คะแนน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีคะแนนประเมินสูงสุด สำหรับคะแนนเฉลี่ยประเภทที่ 5 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 93.22 คะแนน

สำหรับการประเมิน ITA 2564 ในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำนักงานจะนำไปใช้ในการวางแผนปรับปรุงพัฒนาองค์กรในปีงบประมาณถัดไป เพื่อพัฒนาให้องค์กรให้มีความโปร่งใสตามกรอบการประเมิน ITA และพัฒนาคุณธรรมการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้การปฏิบัติงานและการให้บริการแก่เกษตรกรสมาชิกตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อไป

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร     เป็นประธานในพิธีมอบเช็คโครงการฟื้นฟูฯ เช็คชำระหนี้ และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดอำนาจเจริญ ณ ศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตรไร่ภูตะวันออร์แกนิคฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ

กิจกรรมในครั้งนี้มีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร ที่ผ่านความเห็นชอบ 14 โครงการ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ  266 ราย  14 กลุ่มองค์กร เป็นเงิน  8,835,000 บาท มอบเช็คชำระหนี้แทน 3 สหกรณ์ เป็นเงิน 2,835,240.19 บาท มอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา 40 ราย

กองทุนฟื้นฟูฯ มีภารกิจสำคัญที่ช่วยเหลือเกษตรกร 2 ด้าน คือ การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร โดยให้เกษตรกรรวมกลุ่มยื่นเสนอแผนและโครงการของบประมาณ เพื่อใช้พัฒนาอาชีพทางการเกษตร และการแก้ไขปัญหาหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิก ทั้งกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และบุคคลค้ำประกัน สำหรับจังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดยโสธร มีองค์กรเกษตรกร จำนวน  925  องค์กร สมาชิก 112,128 ราย ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการฟื้นฟูอาชีพแล้ว 253 โครงการ งบประมาณ 24.72 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการอนุมัติโครงการฟื้นฟูเพิ่มเติม จำนวน 14 องค์กร 14 โครงการ เป็นเงิน 8.83 ล้านบาท ด้านการจัดการหนี้ ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 892 ราย จำนวนเงิน 89.9 ล้านบาท รักษาที่ดินให้เกษตรกรได้ถึง 438 แปลง เนื้อที่ประมาณ 3,688 ไร่ และโอนหลักทรัพย์คืนเกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วน 210 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,576 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 16 ราย เป็นเงิน 4.7 ล้านบาท ได้รับอนุมัติปิดบัญชี จำนวน 132 ราย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร     เป็นประธานในพิธีมอบเช็คโครงการฟื้นฟูฯ เช็คชำระหนี้ และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดอุบลราชธานี ณ สุนีย์ แกรนด์ โฮเต็ล แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

กิจกรรมในครั้งนี้มีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรที่ผ่านความเห็นชอบ 13 โครงการ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ  273 ราย 13 กลุ่มองค์กร เป็นเงิน 11,333,000 บาท มอบเช็คชำระหนี้แทน 3 สหกรณ์ เป็นเงิน 30,796,773.23 บาท มอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา 30 ราย

กองทุนฟื้นฟูฯ มีภารกิจสำคัญที่ช่วยเหลือเกษตรกร 2 ด้าน คือ การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร โดยให้เกษตรกรรวมกลุ่มยื่นเสนอแผนและโครงการของบประมาณ เพื่อใช้พัฒนาอาชีพทางการเกษตร และการแก้ไขปัญหาหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิก ทั้งกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และบุคคลค้ำประกัน สำหรับจังหวัดอุบลราชธานีมีองค์กรเกษตรกร 1,043 องค์กร สมาชิก 223,909 ราย ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการฟื้นฟูอาชีพแล้ว 194 โครงการ งบประมาณ 22.18 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการอนุมัติโครงการฟื้นฟูเพิ่มเติม จำนวน 13 องค์กร 13 โครงการ เป็นเงิน 11.33 ล้านบาท ด้านการจัดการหนี้ ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 408 ราย จำนวนเงิน 85.20 ล้านบาท รักษาที่ดินให้เกษตรกรได้ถึง 303 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2,335 ไร่ และโอนหลักทรัพย์คืนเกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วน 87 แปลง เนื้อที่ประมาณ 681 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 35 ราย เป็นเงิน 33.40 ล้านบาท ได้รับอนุมัติปิดบัญชี จำนวน 30 ราย

ขอนแก่น

วันที่ 18 มิถุนายน ที่ ราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จังหวัดขอนแก่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร  นายสมยศ ภิราญคำ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินสายแก้หนี้เกษตรกรภาคอีสานใน กิจกรรมมอบเช็คชำระหนี้และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยในวันนี้ได้เดินทางมาที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อมอบเช็คเงินกองทุนฯ กว่า 26 ล้านบาท พร้อมมอบโฉนดคืนอีก 18 ราย

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในสมัยรัฐบาลชวน 2 มีการก่อตั้งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรขึ้นมา มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินให้กับพี่น้องเกษตรกร ด้วยการไปชำระหนี้แทนแล้วให้พี่น้องเกษตรกรมาผ่อนคืนกับกองทุนฯ นอกจากเกษตรกรจะไม่สูญเสียที่ดินทำกินแล้ว ยังสามารถฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้พึ่งพาตนเองได้ มาถึงวันนี้ตนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเห็นชอบร่างพรบ.กองทุนฟื้นฟูฯ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรสำเร็จด้วยดีหลายเรื่อง

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ในวันนี้ได้มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้กับองค์กรเกษตรกรสมาชิกในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 19 โครงการ เป็นเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 251 คน จำนวนเงิน 11,220,440 บาท และ มอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกรสมาชิก จำนวน 27 ราย จาก 5 สหกรณ์ ประกอบด้วย 1.สหกรณ์การเกษตรกระนวน จำกัด 2.สหกรณ์การเกษตรหนองหวาย จำกัด 3.สหกรณ์การเกษตรเมืองพล จำกัด 4.สหกรณ์การเกษตรน้ำพอง จำกัด และ 5.สหกรณ์การเกษตรอุบลรัตน์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 14,351,604.11 บาท และเป็นที่น่ายินดีกับเกษตรกรที่ชำระหนี้คืนกองทุนครบตามสัญญา จึงได้มอบโฉนดที่ดินคืนพร้อมประกาศเกียรติบัตรให้กับเกษตรกรที่ชำระหนี้คืนครบถ้วนและปิดบัญชีกับกองทุนแล้ว รวมทั้งสิ้น 18 ราย

“นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ได้รักษาที่ดินทำกินไว้ให้ลูกหลาน และ ได้รับเงินสนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพให้แก่องค์กรและสมาชิกซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พรบ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างครบวงจรทั้งด้านการฟื้นฟูอาชีพและการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกร ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนผลักดันในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป”

ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟู และ พัฒนาเกษตรกร ระบุว่า ปัจจุบันเกษตรกรขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร จำนวน 531,815 ราย ได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรแล้วจำนวน 29,469 ราย จำนวนเงิน 7,055.37 ล้านบาท และ ช่วยรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรจำนวน 22,626 แปลง 161,134 ไร่  ปัจจุบันมีเกษตรกรสมาชิกที่ชำระหนี้ครบถ้วนถามสัญญาแล้ว จำนวน 8,159 ราย และ โอนหลักประกันคืนเกษตรกรแล้ว จำนวน 9,295 แปลง เนื้อที่ 68,988 ไร่

สำหรับจังหวัดขอนแก่นได้รับการชำระหนี้แทนแล้วจำนวน 453 ราย รักษาที่ดินของเกษตรกรจำนวน 111 แปลง เนื้อที่ประมาณ 938 ไร่ และโอนหลักประกันคืนเกษตรที่ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จำนวน 121 ไร่ เนื้อที่ประมาณ 1,009 ไร่

รองนายกรัฐมนตรี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษรตกร(กฟก.) เป็นประธานมอบคืนโฉนดให้กับสมาชิกกฟก.อุดรฯ 30 รายที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูฯ 7.4 ล้านบาท พร้อมต่อลมหายใจเกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ ด้วยการมอบเช็คเงินชำระหนี้แทน 2 สหกรณ์ รวม 4.8 ล้านบาท  

วันที่ 17 มิถุนายน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) จังหวัดอุดรธานี มีการจัดกิจกรรม “มอบเช็คชำระหนี้ให้กับสถาบันเจ้าหนี้ และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) จังหวัดอุดรธานี” ที่ ห้องธนากร 1 ศูนย์ประชุมมณฑาทิพย์ฮอลล์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และในงานนี้ยังมีบุคคลสำคัญ ได้แก่ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมยศ ภิราญคำ รักษาการเลขาธิการสำนักงานกองทุนฯ ตัวแทนจากองค์กร หน่วยงานราชการต่างๆ และ สมาชิกเกษตรกรเข้าร่วมงาน

นายสมยศ ภิราญคำ รักษาการเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของงานนี้ 1.เพื่อเผยแพร่บทบาทหน้าที่และผลการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรด้านต่างๆ ให้กลุ่มเป้าหมายรับทราบอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาค 2.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในแนวทางการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรด้านต่างๆ รวมทั้งให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และ 3.เพื่อสร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในฐานะหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับบทบาทของสำนักงานกองทุนฟื้นฟู และ พัฒนาเกษตรกร ในปัจจุบันด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตร จำนวน 55,588 องค์กร เกษตรกรสมาชิกจำนวน 5,646,695 ราย องค์กรเกษตรกรได้รับการสนับสนุนแล้ว จำนวน 10,811 องค์กร งบประมาณ 896,810,977 บาท แยกเป็นประเภทเงินอุดหนุน 9,588 แผน/โครงการ งบประมาณ 407,887,364 บาท และ ประเภทเงินกู้ยืม 1,253 โครงการ งบประมาณ 452,953,613 บาท โดยมีเกษตรกรได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการและได้ประโยขน์จากกระบวนการฟื้นฟูจำนวน 548,828 ราย

ข้อมูลด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร เกษตรกรขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร จำนวน 531,815 ราย 755,387 สัญญา เป็นเงิน 104,226.74 ล้านบาท ปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ชำระหนี้แทนให้กับเกษตรกรที่เป็นหนี้สถาบันการเงินต่างๆ รวมทั้งสิ้น 29,469 ราย 30,466 สัญญา จำนวนเงิน 7,055.37 ล้านบาท และ ช่วยรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกร จำนวนเงิน 22,626 แปลง 161,134 ไร่ 12.5 ตารางวา เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนกองทุนครบถ้วนตามสัญญาแล้ว กองทุนจะโอนกรรมสิทธิ์หลักประกันคืนให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม ปัจจุบันมีเกษตรกรสมาชิกที่ชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญาแล้ว จำนวน 8,159 ราย และ โอนหลักประกันคืนเกษตรกรแล้วจำนวน 9,295 แปลง เนื้อที่ 68,988 ไร่ 73.7 ตารางวา

สำหรับจังหวัดอุดรธานีมีการขึ้นทะเบียนองค์กร จำนวน 1,316 องค์กร สมาชิกจำนวน 137,972 คน ได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูอาชีพแล้วจำนวน 256 โครงการ จำนวนเกษตรผู้เข้าร่วมโครงการ 9,878 คน จำนวนเงิน 20,605,570 บาท ขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร จำนวน 11,128 ราย 15,483 สัญญา จำนวนเงิน 1,718,655,236.47 บาท ได้รับการชำระหนี้แทนแล้ว จำนวน 293 ราย 298 สัญญา จำนวนเงิน 43,017,018.77 บาท

วันที่ 2 มิถุนายน 2564 เวลา 10.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายสวัสดิ์ ยาวฟุ่น ผู้แทนอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมร่วมกับองค์กรเกษตรกรที่ได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทงบกู้ยืม ณ ศาลาอเนกประสงค์หมู่บ้านนาจลอง หมู่ 6 ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการบริหารโครงการ ขั้นตอนการปฏิบัติตามระเบียบ/หลักเกณฑ์ คู่มือการสนับสนุนโครงการของสำนักงานและข้อปฏิบัติอื่นๆ ในการดำเนินงานตามโครงการ จัดทำแผนการติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการร่วมกับอนุกรรมการจังหวัด พร้อมทั้งจัดทำและลงนามสัญญาเงินกู้ยืมโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ร่วมกับองค์กร จำนวน 2 องค์กร คือ

  1. กลุ่มเกษตรพัฒนาบ้านนาจลอง
    ชื่อโครงการ ปลูกกระเทียมปลอดภัยจากสารพิษ
    สมาชิกเข้าร่วมโครงการ 12 คน
    งบประมาณได้รับอนุมัติ 487,500 บาท
    ระยะเวลาการคืนเงิน 5 ปี (ปลอดดอกเบี้ย)
  2. กลุ่มเกษตรกรบ้านนาจลอง
    ชื่อโครงการ ปลูกกระเทียมปลอดภัยจากสารพิษ
    สมาชิกเข้าร่วมโครงการ 10 คน
    งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ 450,000 บาท
    ระยะเวลาการคืนเงิน 5 ปี (ปลอดดอกเบี้ย)

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พบเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรกว่า 5,000 คน ที่บริเวณหน้ากระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนกรณีสมาชิกเป็นหนี้สถาบันการเงินของรัฐ โดยประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวและพร้อมเร่งผลักดันนโยบายแก้ปัญหาหนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร  และรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ได้มอบหมายให้ตัวแทน กฟก. นายศรายุทธ ยิ้มยวน ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารฯ กฟก.  นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ กฟก. นายยศวัจน์  ชัยวัฒนสิริกุล ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร สกท. และผู้แทนสมาคมธนาคารไทยหารือกันเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร โดยมีผู้แทนกระทรวงการคลัง ร่วมรับฟังด้วย ซึ่งที่ประชุมที่มีมติ ดังนี้

1. กรณีหนี้ 4 แบงค์รัฐ เกษตรกรจะรอฟังผลการประชุมของบอร์ด ธ.ก.ส. ในวันที่ 24 ก.พ. 2564 นี้ ว่าจะเป็นไปตามที่กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องหรือไม่ ถ้าเป็นไปข้อเสนอเกษตรกรก็จะเดินทางกลับบ้าน แต่ถ้ามติบอร์ด ธ.ก.ส. ไม่ได้ตามที่เรียกร้อง เกษตรกรจะยังอยู่ต่อเพื่อเจรจาหาทางออกกับเจ้าหนี้ต่อไป

2. กรณีหนี้ธนาคารพาณิชย์ ภายใต้สมาชิกสมาคมธนาคารไทย ประเด็นหนี้เกิน 2.5 ล้านบาท เห็นควรหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ( กฟก./เจ้าหนี้/สมาคมฯ) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ซื้อหนี้ร่วมกัน ในวันที่ 5 มี.ค.นี้

วันที่ 28 มกราคม 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 4/2564 ณ ห้องประชุมชั้น 5 โดยมีนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นประธาน

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ กฟก. ในฐานะเลขานุการคณะ สรุปประเด็นการประชุมว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรขององค์กรเกษตรกร จำนวน 12 องค์กร จาก 12 จังหวัด โดยในเบื้องต้นคณะกรรมการได้มีข้อเสนอแนะให้องค์กรเกษตรกรปรับปรุงแผนและโครงการเพื่อนำเสนอที่ประชุมในคราวต่อไป และมีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เรื่อง แนวทางการอนุมัติโครงการหรือแผนงานโครงการพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในอำนาจหน้าที่เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ลงพื้นที่จังหวัดแพร่เพื่อติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง และเปิดงานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 โอกาสนี้ได้เป็นประธานมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดแพร่ กรณีลูกหนี้สหกรณ์การเกษตรวังชิ้น จำกัด จำนวน 4 ราย รวมมูลหนี้ 1,834,423.81 บาท มอบโฉนดที่ดินคืนเกษตรกรภายหลังที่ชำระหนี้ครบสัญญา จำนวน 10 ราย สามารถรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ทั้งหมด 18 แปลง เนื้อที่รวม 32 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา ณ หอประชุมศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง GSM (หอประชุมกอเปา) ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ และในช่วงบ่ายได้เยี่ยมชมนิทรรศการและบูธแสดงสินค้ากิจกรรม “วันงานส้มเขียวหวานของดีเมืองแพร่ ประจำปี 2563” ซึ่งมีเกษตรกรสมาชิก กฟก. ร่วมออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์ขององค์กรที่อำเภอวังชิ้น จ.แพร่ ด้วย รองนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดร่วมกับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) “กองทุนฟื้นฟูฯ ผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้เริ่มดำเนินงานไปแล้วตั้งแต่ปลายปีงบประมาณ 2563 และในปี 2564 นี้ก็มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น มีการกำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงานร่วมกัน คัดเลือกองค์กรเกษตรกรสมาชิก กฟก. ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการผลิตสินค้า พาณิชย์จังหวัดในฐานะเซลส์แมนจังหวัดจะให้การสนับสนุนและหาช่องทางด้านการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมไปถึงการพัฒนาสินค้าให้เกษตรกร เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ กฟก. มีความพร้อมในด้านผลผลิตด้านการเกษตร ส่วนทางพาณิชย์จังหวัดมีความพร้อมเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์และหาช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มในส่วนผลการดำเนินงานของจังหวัดแพร่มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก กฟก. ทั้งหมด 813 องค์กร สมาชิก 71,344 คน ขึ้นทะเบียนหนี้ 8,331 คน 11,972 สัญญา มูลหนี้รวม 972,570,919.44 บาท ชำระหนี้แทนแล้ว 243 คน 243 สัญญา เป็นเงิน 27,344,421.68 บาท และสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้กับสมาชิก โดยการให้งบอุดหนุน ซึ่งเป็นงบประมาณที่นำไปพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กร ต่อยอดอาชีพให้สมาชิกในชุมชน จำนวน 124 องค์กร เป็นเงิน 13,479,985 บาท โดยในปีงบประมาณ 2564 นี้ กฟก.จะเร่งอนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนเงินทุนให้องค์กรเกษตรกรนำไปพัฒนาต่อยอดอาชีพตามนโยบายของคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรต่อไป