วันที่ 12 มีนาคม 2564 เวลา 09.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดประชุมคณะทำงานศึกษาแนวทางการใช้ความเป็นนิติบุคคลของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 ครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุมชั้น 5 โดยมีนายสำเริง ปานชาติ เป็นประธานการประชุม

คณะทำงานได้เห็นชอบบทสรุปผู้บริหาร และแนวทางการจัดตั้งบริษัท ตาม (ร่าง) โครงการจัดตั้ง   “นิติบุคคล”ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.2542  โดยสำนักงานจัดทำรายละเอียดเสนอคณะกรรมการบริหารพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

วันที่ 1 มี.ค. 2564 นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร  ให้ดำเนินการประสานจัดประชุมกรรมการ ธ.ก.ส. ในส่วนข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร         นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. และในส่วนของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีนายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล รองประธานกรรมการบริหาร กฟก. คนที่ 1 นายศรายุทธ ยิ้มยวน กรรมการบริหาร นายสไกร พิมพ์บึง รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ กฟก. และนายมนัส วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและหาข้อสรุปก่อนมีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ณ ห้องประชุม 2503 ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล

จากการหารือที่ประชุมมีความเข้าใจตรงกันในการแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรสมาชิก กฟก. ลูกหนี้ ธ.ก.ส. โดยเกษตรกรรับภาระหนี้ต้นเงินร้อยละ 50   ไม่มีดอกเบี้ย ตามผลการประชุมหารือร่วมกันของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ผู้แทน ธ.ก.ส. สำนักงาน กฟก. และผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเสนอเดิมที่ได้หารือกับผู้แทน ธ.ก.ส. ไว้แล้ว และที่ประชุมมีความเห็นพ้องกันว่า กรณีการงดเก็บดอกเบี้ยนั้น ภาครัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณชดเชยให้กับสถาบันเจ้าหนี้ โดยจะนำเรียนรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะประธานกรรมการ กฟก. และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองประธานกรรมการ กฟก. เพื่อหารือเชิงนโยบายกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. โดยให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการสำนักงาน กฟก. สนับสนุนข้อมูลประกอบการหารือ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พบเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรกว่า 5,000 คน ที่บริเวณหน้ากระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนกรณีสมาชิกเป็นหนี้สถาบันการเงินของรัฐ โดยประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวและพร้อมเร่งผลักดันนโยบายแก้ปัญหาหนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร  และรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ได้มอบหมายให้ตัวแทน กฟก. นายศรายุทธ ยิ้มยวน ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารฯ กฟก.  นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ กฟก. นายยศวัจน์  ชัยวัฒนสิริกุล ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร สกท. และผู้แทนสมาคมธนาคารไทยหารือกันเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร โดยมีผู้แทนกระทรวงการคลัง ร่วมรับฟังด้วย ซึ่งที่ประชุมที่มีมติ ดังนี้

1. กรณีหนี้ 4 แบงค์รัฐ เกษตรกรจะรอฟังผลการประชุมของบอร์ด ธ.ก.ส. ในวันที่ 24 ก.พ. 2564 นี้ ว่าจะเป็นไปตามที่กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องหรือไม่ ถ้าเป็นไปข้อเสนอเกษตรกรก็จะเดินทางกลับบ้าน แต่ถ้ามติบอร์ด ธ.ก.ส. ไม่ได้ตามที่เรียกร้อง เกษตรกรจะยังอยู่ต่อเพื่อเจรจาหาทางออกกับเจ้าหนี้ต่อไป

2. กรณีหนี้ธนาคารพาณิชย์ ภายใต้สมาชิกสมาคมธนาคารไทย ประเด็นหนี้เกิน 2.5 ล้านบาท เห็นควรหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ( กฟก./เจ้าหนี้/สมาคมฯ) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ซื้อหนี้ร่วมกัน ในวันที่ 5 มี.ค.นี้

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมด้วย นายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการ นายกมล ศักดิ์ประสิทธิ์ ที่ปรึกษา และผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้างทุกคน ร่วมประกาศเจตนารมณ์การต่อต้านการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีสำนักงานสาขาจังหวัดทั่วประเทศร่วมกล่าวประกาศเจตนารมณ์ผ่านระบบ  Web Conference ไปพร้อมกันด้วย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมและความโปร่งในในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำหนด โดยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรประกาศว่าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยหลักธรรมาภิบาล และยืนยัดต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ

ตามที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีภารกิจเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน และฟื้นฟูอาชีพให้กับเกษตรกรสมาชิกที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 5 ล้านคนนั้น

โดยในภารกิจด้านการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ ได้เปิดให้กลุ่มองค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ยื่นเสนอแผนหรือโครงการ เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนและพัฒนาอาชีพ ตามที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้อนุมัติงบประมาณ และคณะกรรมการบริหาร นำโดยนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหาร พิจารณาจัดสรรงบประมาณลงสู่กลุ่มองค์กรเกษตรกรสมาชิกที่ยื่นเสนอของบประมาณสนับสนุนอาชีพ และภายใต้การอนุมัติงบประมาณดังกล่าว จึงได้จัดให้มีเวทีพิจารณาอนุมัติแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรของคณะกรรมการบริหาร

 สำหรับเวทีแรกในครั้งนี้ นายสำเริง ปานชาติ รองประธานกรรมการบริหาร คนที่ 2 พร้อมด้วยนายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการ นายประยงค์ อัฒจักร ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พนักงานสำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร อนุกรรมการจังหวัด ร่วมกันกลั่นกรองแผนและโครงการที่องค์กรเกษตรสมาชิกยื่นเสนอผ่านสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัด ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ​ ยโสธร​ สุรินทร์​ อุบลราชธานี​ บุรีรัมย์​ อำนาจ​เจริญ​ และมุกดาหาร​

เวทีในครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมศรีลำดวน จังหวัดศรีสะเกษ กำหนดจัดเวทีระหว่างวันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ 2564 ผลการพิจารณากลั่นกรอง จะนำเสนอคณะกรรมการบริหารฯ พิจารณาต่อไป

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 นายประเทือง นรินทรางกูล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 1 (ภาคเหนือ) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมพัฒนาแผนและโครงการฟื้นฟูฯ ณ วัดน้ำแรม ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ร่วมกับเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัดแพร่ ตามที่มีองค์กรเกษตรกรได้ยื่นเสนอแผนเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนพัฒนาอาชีพ ตามแผนของสำนักงานสาขา เพื่อขออนุมัติงบประมาณสนับสนุนอาชีพให้กับสมาชิก

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดยะลา ได้ดำเนินการโอนหลักทรัพย์ค้ำประกันคืน กรณีปิดบัญชีและไถ่ถอนหลักประกันคืนเกษตรกรสมาชิก จำนวน 1 ราย คือนาย มานพ รัตนโชติ จำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ 1ไร่ 80 ตารางวา ณ สำนักงานที่ดินสาขายะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

เกษตรกรรู้สึกดีใจและปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ได้รับการช่วยเหลือจาก กฟก.ให้หลุดพ้นจากภาระหนี้ และได้หลักทรัพย์คืน นำมาเป็นแหล่งทำมาหากินสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกครั้ง และนับเป็นความภาคภูมิใจของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดยะลา ที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและดูแลทรัพย์สินของเกษตรกรสมาชิกให้มีที่ดินทำกินส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปอีกด้วย

วันที่ 27 มกราคม 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย (กฟก.) ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับองค์กรเกษตรกรจำนวน 4 องค์กร ดังนี้

1.กลุ่มพัฒนาสตรีบ้านหนองยาว ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

2.กลุ่มเกษตรกรบ้านหนองยาว ม.4 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

3.กลุ่มเกษตรก้าวไกลร่วมใจพัฒนา ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

4.กลุ่มเกษตรกรพัฒนา ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณาอนุมัติแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตรกร เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบต่างๆที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประกาศกำหนด รวมถึงขั้นตอนการเสนอแผนหรือโครงการฯ วิธีการเสนอโครงการฯ การพิจารณาอนุมัติโครงการฯ การดำเนินการ และการติดตามประเมินผลโครงการฯ ให้กับสมาชิกองค์กรเกษตรกรได้รับทราบโดยทั่วถึงกัน

ทั้งนี้ องค์กรเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแล้ว สามารถขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยการจัดทำแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เสนอต่อสำนักงานหรือสำนักงานสาขาจังหวัดที่เป็นที่ตั้งขององค์กรเกษตรกร และให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการบริหารฯกำหนด โดยให้เกษตรกรแต่ละรายจัดทำข้อมูลรายบุคคลยื่นเสนอต่อองค์กรเกษตรกรต้นสังกัด ตามแบบที่สำนักงานกำหนด ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ชั้น 1

วันที่ 28 มกราคม 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 4/2564 ณ ห้องประชุมชั้น 5 โดยมีนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นประธาน

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ กฟก. ในฐานะเลขานุการคณะ สรุปประเด็นการประชุมว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรขององค์กรเกษตรกร จำนวน 12 องค์กร จาก 12 จังหวัด โดยในเบื้องต้นคณะกรรมการได้มีข้อเสนอแนะให้องค์กรเกษตรกรปรับปรุงแผนและโครงการเพื่อนำเสนอที่ประชุมในคราวต่อไป และมีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เรื่อง แนวทางการอนุมัติโครงการหรือแผนงานโครงการพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในอำนาจหน้าที่เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร