รองนายกรัฐมนตรี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) มอบหมายรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นประธานมอบคืนโฉนดที่ดินให้สมาชิก กฟก.เพชรบูรณ์ที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา 15 ราย พร้อมมอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูฯ และเช็คชำระหนี้แทนกว่า 8 ล้านบาท

วันที่ 2 ตุลาคม 2564 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรม “มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร เช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร และ มอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ ณ หอประชุมโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม ตำบลหล่มเก่า อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานในพิธี และมีนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหาร กฟก. นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการ กฟก. ตัวแทนจากองค์กรเกษตรกร หน่วยงานภาคราชการ และสมาชิกเกษตรกร เข้าร่วมงาน

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า ในครั้งนี้มีการมอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร 15 องค์กร 15 โครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 231 คน เป็นเงินจำนวน 7,968,580 บาท มอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 1 สหกรณ์ เป็นเงินจำนวน 189,263.80 บาท และมอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณ ให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา จำนวน 15 ราย

สำหรับจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้านการฟื้นฟู มีองค์กรเกษตรกรจำนวน 1,980 องค์กร สมาชิก 147,982 ราย ได้รับการสนับสนุนโครงการฟื้นฟู อาชีพแล้ว 220 โครงการ งบประมาณ 10.83 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพิ่มเติมจำนวน 15 องค์กร 15 โครงการ เป็นเงิน 7,968,580 บาท ด้านการจัดการหนี้ ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 423 ราย จำนวนเงิน 103.32 ล้านบาท รักษาที่ดินของเกษตรกรจำนวน 225 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2,450 ไร่ และโอนหลักประกันคืนเกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วน จำนวน 82 แปลง เนื้อที่ประมาณ 952 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการชำระหนี้แทนจำนวน 2 ราย จำนวนเงิน 351,412.92 บาท ได้รับอนุมัติปิดบัญชี จำนวน 21 ราย

รองนายกรัฐมนตรี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เป็นประธานมอบคืนโฉนดที่ดินให้สมาชิก กฟก.สุโขทัยที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา 28 ราย มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูฯ กว่า 7.1 ล้านบาท พร้อมชำระหนี้แทนให้เกษตรกรที่เป็นหนี้สหกรณ์กว่า 54 ล้านบาทวันที่ 1 ตุลาคม 2564 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรม “มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร เช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแฝก ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และมีนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหาร กฟก. นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการ กฟก. ตัวแทนจากองค์กรเกษตรกร หน่วยงานภาคราชการ และสมาชิกเกษตรกรเข้าร่วมงาน

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ในวันนี้ กฟก. ได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นประธานมอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร จำนวน 9 องค์กร 9 โครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 124 คน เป็นเงินจำนวน 7,140,000.00 บาท มอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 5 สหกรณ์ 44 ราย เป็นเงินจำนวน 54,765,910.61 บาท และมอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา จำนวน 28 คน

สำหรับจังหวัดสุโขทัย มีองค์กรเกษตรกรจำนวน 962 องค์กร สมาชิก 81,709 ราย ได้รับการสนับสนุนโครงการฟื้นฟู อาชีพแล้ว 145 โครงการ งบประมาณ 9.55 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2564 ได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพิ่มเติมจำนวน 9 องค์กร 9 โครงการ เป็นเงิน 7,140,000 บาท ด้านการจัดการหนี้ ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 312 ราย จำนวนเงิน 111.71 ล้านบาท รักษาที่ดินของเกษตรกรจำนวน 240 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,670 ไร่ และโอนหลักประกันคืนเกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วน จำนวน 86 แปลง เนื้อที่ประมาณ 447 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการชำระหนี้แทนจำนวน 45 ราย จำนวนเงิน 59.31 ล้านบาท ได้รับอนุมัติ ปิดบัญชี จำนวน 4 ราย

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมามีองค์กรเกษตรกร 55,676 องค์กร สมาชิก 5,694,253 ราย ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อฟื้นฟูอาชีพ 11,361 โครงการ งบประมาณ 1,210.04 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้ว 557,451 ราย ส่วนด้านการจัดการหนี้ มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนหนี้ไว้ 535,871 ราย เป็นหนี้ผิดนัดชำระ (NPL) จำนวน 178,952 ราย ได้ชำระหนี้แทนให้กับเกษตรกรแล้ว จำนวน 30,654 ราย จำนวนเงิน 7,291.69 ล้านบาท กฟก.สามารถรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรไว้ได้ 23,305 แปลง เนื้อที่ประมาณ 164,707 ไร่ เมื่อเกษตรกรชำระหนี้ครบตามสัญญา กฟก. ได้โอนหลักประกันคืนให้เกษตรกรแล้ว 8,593 ราย จำนวน 9,769 แปลง เนื้อที่ประมาณ 79,913 ไร่ โดยในปี 2565 นี้ กฟก.จะยังคงเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรให้หลุดพ้นภาระหนี้และฟื้นฟูอาชีพให้ดีขึ้นต่อไป

วันที่ 22 กันยายน 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ โดย นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ อยู่รอต ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 (ภาคกลาง) รักษาการในตำแหน่งรองเลขาธิการ นางโสมสุดา โพธิ์อินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูฯ นางปิยะพร จันทรสา หัวหน้าสาขาอุดรธานี รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสาขา  กทม. ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ และคณะอนุกรรมการฯกรุงเทพมหานคร คณะอนุกรรมการฯ จังหวัดปทุมธานี ในการลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ตามโครงการสายใยรักกองทุนฟื้นฟูฯ สู่พี่น้องหนองจอก ในพื้นที่ แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กทม. ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรวม 95 ครัวเรือนและจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ทำให้ไม่สามารถประชุมเพื่อรับงบกู้ยืมโครงการฟื้นฟูฯได้ โดยองค์กรได้ขอยกเลิกโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผู้บริหาร กฟก.ร่วมกับกลุ่มจิตอาสา Full Heart เต็มใจแบ่งปัน และมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินท์บางบอน มอบถุงยังชีพให้กับเกษตรกรสมาชิก ในโอกาสนี้ได้มีการมอบเกียรติบัตรเพื่อเป็นเกียรติและขอบคุณทั้ง 2 ภาคีที่ได้ให้การสนับสนุนถุงยังชีพ เพื่อให้กำลังใจเกษตรกรสมาชิกในครั้งนี้

วันที่ 21 กันยายน 2564 คณะกรรมการบริหาร ประชุมครั้งที่ 47/2564 โดยมีนางรัชฎาภรณ์     แก้วสนิท เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ โดยที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการกรอบและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และการของบกลางปี 2565 รายการเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อนำเสนอคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้ความเห็นชอบต่อไป

รองนายกรัฐมนตรี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) เป็นประธานมอบคืนโฉนดให้กับสมาชิก กฟก.ชุมพร 29 รายที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูฯ 3.6 ล้านบาท พร้อมแก้ปัญหาหนี้ให้เกษตรกรด้วยการชำระหนี้แทนสหกรณ์กว่า 5 แสนบาท

วันที่ 11 กันยายน 2564 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดชุมพร มีการจัดกิจกรรม “มอบเช็คชำระหนี้ , เช็คการฟื้นฟูอาชีพ และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ จังหวัดชุมพร” ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ในพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และมีผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายธีระ อนันตเสรีวิทยา นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฯ ตัวแทนจากองค์กร หน่วยงานราชการต่าง ๆ และสมาชิกเกษตรกรเข้าร่วมงาน

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้องค์กรเกษตรกรได้รับงบประมาณเพื่อนำไปฟื้นฟูอาชีพตามเจตนารมณ์ของ กฟก. เป็นเงิน 3,622,500 บาท จำนวน 4 กลุ่ม รวม 85 ราย และมีเกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทน 1 สหกรณ์ เป็นเงิน 589,739.57 บาท รวมทั้งมีเกษตรกรที่ได้รับโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา 29 ราย ซึ่งได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นประธานมอบ

สำหรับจังหวัดชุมพรมีองค์กรเกษตรกร จำนวน 985 องค์กร สมาชิกสมาชิก 89,000 ราย ได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูอาชีพแล้วจำนวน 68 โครงการ งบประมาณ 2.29 ล้านบาท เกษตรกรได้รับการชำระหนี้แทน 191 ราย เป็นเงิน 31.89 ล้านบาท กฟก.สามารถรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ 79 แปลง เนื้อที่ประมาณ 787 ไร่ โอนหลักทรัพย์คืนเกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว 36 แปลง เนื้อที่ประมาณ 325 ไร่ ในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการอนุมัติโครงการฟื้นฟูเพิ่มเติมอีก 4 องค์กร 4 โครงการ เป็นเงิน 3,622,500 บาท และเกษตรกรได้รับการชำระหนี้แทนอีก 2 ราย เป็นเงิน 2.58 ล้านบาท ได้รับอนุมัติปิดบัญชี จำนวน 23 ราย

ในปัจจุบัน ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร จำนวน 55,588 องค์กร เกษตรกรสมาชิกจำนวน 5,646,695 ราย องค์กรเกษตรกรได้รับการสนับสนุนแล้ว จำนวน 11,361 องค์กร งบประมาณ 1,210.04 ล้านบาท ด้านการจัดการหนี้ของเกษตรกร มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนหนี้ 535,871 ราย 769,220 บัญชี ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 30,654 ราย 30,707 บัญชี เป็นเงิน 7,291,695,724.98 บาท รักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ จำนวน 23,305 แปลง 164,707 ไร่ 36.8 ตารางวา

วันที่ 26 สิงหาคม 2564 นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า วันนี้สำนักงาน ป.ป.ช. โดยนางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. และประธานกรรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ได้แถลงผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ 2564 โดย ป.ป.ช.ได้จำแนกหน่วยงานของรัฐออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 คือ หน่วยธุรการขององค์กรศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ และหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา ประเภทที่ 2 คือ ส่วนราชการระดับกรม ประเภทที่ 3 คือ รัฐวิสาหกิจ ประเภทที่ 4 คือ องค์การมหาชน ประเภทที่ 5 คือ กองทุน และหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ประเภทที่ 6 คือ สถาบันอุดมศึกษา ประเภทที่ 7 คือ จังหวัด เฉพาะส่วนราชการส่วนภูมิภาค และประเภทที่ 8 คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

ในส่วนของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดอยู่ในประเภทที่ 5 คือ กองทุน และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ในปีนี้ได้รับคะแนนประเมิน 98.52 คะแนน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีคะแนนประเมินสูงสุด สำหรับคะแนนเฉลี่ยประเภทที่ 5 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 93.22 คะแนน

สำหรับการประเมิน ITA 2564 ในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำนักงานจะนำไปใช้ในการวางแผนปรับปรุงพัฒนาองค์กรในปีงบประมาณถัดไป เพื่อพัฒนาให้องค์กรให้มีความโปร่งใสตามกรอบการประเมิน ITA และพัฒนาคุณธรรมการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้การปฏิบัติงานและการให้บริการแก่เกษตรกรสมาชิกตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อไป

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร     เป็นประธานในพิธีมอบเช็คโครงการฟื้นฟูฯ เช็คชำระหนี้ และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดอำนาจเจริญ ณ ศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตรไร่ภูตะวันออร์แกนิคฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ

กิจกรรมในครั้งนี้มีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร ที่ผ่านความเห็นชอบ 14 โครงการ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ  266 ราย  14 กลุ่มองค์กร เป็นเงิน  8,835,000 บาท มอบเช็คชำระหนี้แทน 3 สหกรณ์ เป็นเงิน 2,835,240.19 บาท มอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา 40 ราย

กองทุนฟื้นฟูฯ มีภารกิจสำคัญที่ช่วยเหลือเกษตรกร 2 ด้าน คือ การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร โดยให้เกษตรกรรวมกลุ่มยื่นเสนอแผนและโครงการของบประมาณ เพื่อใช้พัฒนาอาชีพทางการเกษตร และการแก้ไขปัญหาหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิก ทั้งกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และบุคคลค้ำประกัน สำหรับจังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดยโสธร มีองค์กรเกษตรกร จำนวน  925  องค์กร สมาชิก 112,128 ราย ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการฟื้นฟูอาชีพแล้ว 253 โครงการ งบประมาณ 24.72 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการอนุมัติโครงการฟื้นฟูเพิ่มเติม จำนวน 14 องค์กร 14 โครงการ เป็นเงิน 8.83 ล้านบาท ด้านการจัดการหนี้ ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 892 ราย จำนวนเงิน 89.9 ล้านบาท รักษาที่ดินให้เกษตรกรได้ถึง 438 แปลง เนื้อที่ประมาณ 3,688 ไร่ และโอนหลักทรัพย์คืนเกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วน 210 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,576 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 16 ราย เป็นเงิน 4.7 ล้านบาท ได้รับอนุมัติปิดบัญชี จำนวน 132 ราย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร     เป็นประธานในพิธีมอบเช็คโครงการฟื้นฟูฯ เช็คชำระหนี้ และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดอุบลราชธานี ณ สุนีย์ แกรนด์ โฮเต็ล แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

กิจกรรมในครั้งนี้มีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรที่ผ่านความเห็นชอบ 13 โครงการ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ  273 ราย 13 กลุ่มองค์กร เป็นเงิน 11,333,000 บาท มอบเช็คชำระหนี้แทน 3 สหกรณ์ เป็นเงิน 30,796,773.23 บาท มอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา 30 ราย

กองทุนฟื้นฟูฯ มีภารกิจสำคัญที่ช่วยเหลือเกษตรกร 2 ด้าน คือ การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร โดยให้เกษตรกรรวมกลุ่มยื่นเสนอแผนและโครงการของบประมาณ เพื่อใช้พัฒนาอาชีพทางการเกษตร และการแก้ไขปัญหาหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิก ทั้งกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และบุคคลค้ำประกัน สำหรับจังหวัดอุบลราชธานีมีองค์กรเกษตรกร 1,043 องค์กร สมาชิก 223,909 ราย ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการฟื้นฟูอาชีพแล้ว 194 โครงการ งบประมาณ 22.18 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการอนุมัติโครงการฟื้นฟูเพิ่มเติม จำนวน 13 องค์กร 13 โครงการ เป็นเงิน 11.33 ล้านบาท ด้านการจัดการหนี้ ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 408 ราย จำนวนเงิน 85.20 ล้านบาท รักษาที่ดินให้เกษตรกรได้ถึง 303 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2,335 ไร่ และโอนหลักทรัพย์คืนเกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วน 87 แปลง เนื้อที่ประมาณ 681 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับการชำระหนี้แทน จำนวน 35 ราย เป็นเงิน 33.40 ล้านบาท ได้รับอนุมัติปิดบัญชี จำนวน 30 ราย