วันที่ 18 พ.ค. 65 ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ได้จัดกิจกรรมรำลึกการก่อตั้งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่มีอายุครบ 23 ปี โดยมี นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหาร นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล รองประธานบริหารคนที่ 1 นายสำเริง ปานชาติ รองประธานบริหารคนที่ 2 นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พนักงานและลูกจ้างทุกระดับ ได้ร่วมพิธีทำบุญครบรอบ วันสถาปนากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 23 ปี พร้อมนี้ยังได้ทำการถ่ายทอดสดผ่านระบบ conference ไปยังสำนักงานสาขาจังหวัดทั่วประเทศทั้ง 77 แห่ง ภายใต้ความปลื้มปิติของคณะผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างทุกคน

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้กล่าวปาฐกถา ในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 23 ปี ภายใต้แนวคิด “สำนึกอดีต เข้าใจปัจจุบัน มุ่งมั่นอนาคต” ที่ยังมีจุดยืนเดิมที่เข้มแข็งพร้อมก้าวเดินต่อไปเพื่อดูแลช่วยเหลือเกษตรกรตามเจตนารมย์ ที่ได้ก่อตั้งกองทุนฟื้นฟูฯ

เลขาธิการ สำนักงาน กฟก. กล่าวว่ากว่าจะได้มาซึ่งการเป็นกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรผ่านการต่อสู้ที่มุ่งมั่นของพี่น้องเกษตรกรมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมาจนกระทั่งได้เป็นกฎหมายกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเมื่อปี 2542 ถึงวันนี้ครบ 23 ปี และก้าวสู่ปีที่ 24 แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างคล่องตัว ดูแลรับใช้เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมกับที่เกษตรกรได้ต่อสู้เรียกร้องจนได้กฎหมายมาเป็นของตนเอง จึงอยากให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของเกษตรกรเป็นลำดับแรก

เพื่อทำบันทึกข้อตกลงแก้ปัญหาหนี้เกษตรกร ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ 4 แบ้งก์รัฐ

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ได้มีการเจรจากับสถาบันการเงิน ได้แก่  ธ.ก.ส. SME Bank ธนาคารออมสิน บมจ.กสิกรไทย จำกัด บมจ.ทหารไทยธนชาติ จำกัด บมจ.กรุงไทย จำกัด เพื่อร่วมหาแนวทางและจัดทำกรอบบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือ (MOU) ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร กรณีธนาคารของรัฐ 4 แห่ง และการจัดการหนี้ให้สมาชิกตาม พ.ร.บ. โดยมีตัวแทนจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหาร กฟก. คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร รองเลขาธิการ และหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมเจรจานำไปสู่การจัดทำ MOU ฉบับสมบูรณ์

ข้อสรุปจากการหารือ สถาบันการเงินยินดีให้ความร่วมมือและร่วมกันจัดทำร่าง MOU เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ให้เกษตรกรต่อไป

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. มอบนโยบายการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร กรณีธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 65 และการใช้จ่าย งบประมาณกลางปี 65 ให้แก่สำนักงานสาขาจังหวัดทั่วประเทศ โดยกำชับให้สาขาจังหวัดปิดประกาศรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง จำนวน 50,162 ราย เพื่อให้องค์กรและเกษตรกรสมาชิกรับทราบและมารายงานตัวเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ 2 พ.ค.นี้เป็นต้นไป

นายสไกรกล่าวว่า สำนักงานได้เตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินงานไว้แล้ว เช่น การทำแบบรายงานตัวเข้าร่วมโครงการ การทำแบบรายงานตัวเข้าร่วมการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ (ผค. 1/4) และแบบการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่เกษตรกร ขณะนี้มีความพร้อมทุกด้านแล้ว ในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณงบกลางปี 2565 ที่รัฐบาลจัดสรรให้ กฟก. จำนวน 2,000 ลบ. แยกเป็น เพื่อซื้อหนี้ 1,500 ลบ. เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูอาชีพ 270 ลบ. และบริหารสำนักงาน 230 ลบ. การใช้จ่ายต้องเป็นไปตามที่ตกลงไว้กับสำนักงบประมาณ หากมีการเปลี่ยนแปลงการ ใช้จ่ายรายการใดจะต้องทำบันทึกรายงานให้สำนักงบประมาณทราบ และต้องใช้งบประมาณให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 30 ก.ย. 65 นี้ หากมีงบประมาณเหลือจ่ายต้องคืน สำนักงบประมาณ การเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายต้องทำรายงานให้สำนักงบประมาณรับทราบก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2-3 เดือน จึงจะอนุมัติใช้จ่ายได้ หากไม่จำเป็นไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายงบประมาณ การประชุมชี้แจงการดำเนินงานด้านการใช้จ่ายงบประมาณงบกลางให้กับสาขาจังหวัดได้ดำเนินการครบทั้ง 4 ภาคแล้ว หลังจากนี้สำนักงานสาขาจังหวัดจะเริ่มลุยงานในพื้นที่ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้