วันที่ 6 พ.ย. 65 ที่วิทยาลัยเทคนิคปากช่อง จ.นครราชสีมา รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูอาชีพและพัฒนาอาชีพเกษตรกร เช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร มอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรที่ชำระหนี้คืนครบตามสัญญา และมอบใบประกาศแสดงความยินดีกับเกษตรกรสมาชิกกฟก. จ. นครราชสีมา ที่ได้สิทธิปรับโครงสร้างหนี้ ลดหนี่เงินต้นเหลือครึ่งเดียว ตามมติครม. 22 มีค. 65 โดยมี นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. พร้อมด้วย นายมนัส วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร นายประยงค์ อัฒจักร ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) นางโสมสุดา โพธิ์อินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายวัชรางกูร แสนเสริม หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. เปิดเผยว่า “ในวันนี้ รองนายกจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร จำนวน 5 องค์กร มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 275 คน เป็นเงิน 1,560,000 บาท มอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 33 คน 5 สหกรณ์ เป็นเงิน 17,594,552.88 บาท มอบโฉนดที่ดินคืนเกษตรกรที่ได้ชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญาแล้ว จำนวน 10 คน 16 แปลง เนื้อที่ 140 ไร่ 3 งาน 72.4 ตารางวา และมอบใบประกาศการได้รับสิทธิปรับโครงสร้างหนี้ตามมติ ครม. จำนวน 62 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเกษตรกรสมาชิกกฟก.นครราชสีมา

สำหรับจังหวัดนครราชสีมา กฟก. ได้มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูอาชีพไปแล้ว 130 องค์กร เป็นเงิน 72,085,317 บาท มอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรให้กับเจ้าหนี้สหกรณ์ 48 สหกรณ์ เป็นเงิน 168,418,126.43 บาท มอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญา จำนวน 975 คน และมอบใบทะเบียนองค์กรเกษตรกร จำนวน 62 องค์กร

ผลงานที่ผ่านมาของกฟก.ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้มีการผลักดันให้ กฟก. ได้รับงบประมาณและกำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 ได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรรวมทั้งสิ้น 2,095 ราย 2,098 บัญชี เป็นเงิน 1,772.33 ล้านบาท รักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ 1,594 แปลง เนื้อที่รวม 8,625 ไร่”

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมาตนในฐานะประธานกองทุนฯ ได้ผลักดันทางนโยบายให้กฟก. ได้รับงบประมาณงบกลางจำนวน 2,000 ลบ. และในปี 2566 ได้รับจัดสรรงบประมาณประจำปีอีก 500 ลบ. ซึ่งคาดว่าจะไม่เพียงพอต่อความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร ซึ่งคงต้องเสนอรัฐบาลของบกลางปี 66 อีกครั้ง

วันที่ 14 ตุลาคม 2565 ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้มอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร มอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกร และมอบใบทะเบียนองค์กรให้สมาชิกกองทุนฯ จังหวัดชุมพร กว่า 1,134 ราย โดยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. ได้มอบหมายให้นายสมศักดิ์ อยู่รอต รักษาการในตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงาน กฟก. พร้อมด้วย นายมนัส วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร นายสุกิจ ลุ้งใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 4 ภาคใต้ นางรุ่งทิพย์ นวลขาว หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดชุมพร และพนักงาน/ลูกจ้างสาขาชุมพรเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ได้มอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 1 สหกรณ์ เป็นเงิน 361,556.03 บาท มอบโฉนดที่ดินคืนเกษตรกรที่ได้ชำระหนี้ปิดบัญชีคืนกองทุนแล้ว จำนวน 5 ราย 8 แปลง เนื้อที่ 41 ไร่ 1 งาน 76.7 ตารางวา และมอบใบรับรองการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร จำนวน 13 องค์กร จำนวนสมาชิก 1,134 ราย

ด้านผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ กฟก. ในปี 2565 ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรรวมทั้งสิ้น 2,096 ราย 2,098 บัญชี เป็นเงิน 1,772.33 ล้านบาท ซึ่งสามารถรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ 1,594 แปลง เนื้อที่รวม 8,625 ไร่ ส่วนของภาคใต้ได้ดำเนินการชำระหนี้แทนจำนวน 136 ราย 137 บัญชี จำนวนเงิน 176 ล้านบาท มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จำนวน 130 แปลง เนื้อที่ 431 ไร่

โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ผลักดันนโยบายเพื่อเกษตรกรและสมาชิก กฟก. มาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะประธานกรรมการ กฟก. ได้มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแล้ว จำนวน 130 องค์กร 130 โครงการ จำนวนเงิน 72่,085,317 บาท มอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกรให้กับเจ้าหนี้สหกรณ์ ในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 47 สหกรณ์ จำนวน 168,065,570.40 บาท มอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบตามสัญญา จำนวน 970 คน และมอบใบทะเบียนองค์กรเกษตรกร จำนวน 67 องค์กร

วันที่ 8 ตุลาคม 2565 ที่โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม อ.เมือง จ.นครสวรรค์ รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูอาชีพและพัฒนาอาชีพเกษตรกร เช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฯ จังหวัดนครสวรรค์ โดยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. ได้มอบหมายให้นายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการสำนักงาน กฟก. พร้อมด้วย นายมนัส วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร นายประเทือง นรินทรางกูล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักบริหาร นางทิพวรรณ์ เกตุหนู หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดนครสวรรค์ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ รองนายกจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร จำนวน 7 องค์กร มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 110 ราย เป็นเงิน 2,115,000 บาท มอบเช็คเงินชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 8 ราย 3 สหกรณ์ เป็นเงิน 11,710,763.40 บาท มอบโฉนดที่ดินคืนเกษตรกรที่ได้ชำระหนี้ปิดบัญชีคืนกองทุนแล้ว จำนวน 3 ราย 5 แปลง เนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน 32.2 ตารางวา

สำหรับผลงานที่ผ่านมาในปี 2565 กฟก. ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี นายจุริทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรรวมทั้งสิ้น 1,822 ราย 1,825 บัญชี เป็นเงิน 1,488.66 ล้านบาท ซึ่งสามารถรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ 1,318 แปลง เนื้อที่รวม 7,340 ไร่

สำหรับจังหวัดนครสวรรค์มีเกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนไปแล้ว 42 ราย เป็นเงิน 49.86 ล้านบาท โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ผลักดันนโยบายเพื่อเกษตรกรและสมาชิก กฟก. มาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะประธานกรรมการ กฟก. ได้มอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรไปแล้ว 123 องค์กร จำนวนเงิน 69,970,317 บาท มอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรให้กับเจ้าหนี้สหกรณ์ในพื้นที่ จำนวน 44 สหกรณ์ เป็นเงิน 156,345,807 บาท มอบโฉนดที่ดินและใบประกาศเกียรติคุณให้เกษตรกรที่ชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญา จำนวน 967 คน และมอบใบทะเบียนองค์กรเกษตรกร จำนวน 62 องค์กร

วันที่ 4 ตุลาคม 2565 เวลา 13.30 น.ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. ประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2566 ผ่านระบบ NT conference โดยมีผู้บริหารสำนักงานจากสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาจังหวัดเข้าร่วมประชุม ประเด็นที่เลขาธิการได้มอบนโยบายมี 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. การรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานสาขาจังหวัด ณ วันที่ 30 ก.ย. 65 ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้านการจัดการหนี้ และด้านการบริหารงานสำนักงาน ให้คณะกรรมการ กฟก. ได้รับทราบ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา

2. เป้าหมายการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2566 ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้านการจัดการหนี้ และด้านการบริหารงานสำนักงาน โดยได้มอบหมายให้สำนักฟื้นฟูฯ และสำนักจัดการหนี้ฯ กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อทำรายละเอียดประกอบการของบกลางสำหรับดำเนินงาน

3. แนวทางการทำแผนปฏิบัติงานบูรณาการของกลุ่มจังหวัด ภูมิภาค เพื่อสนับสนุนภารกิจของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานชุดต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ในปีงบประมาณที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของกลุ่มจังหวัดสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ประมาณร้อยละ 80 ส่วนในปีนี้การทำงานจะต้องไม่มีความซ้ำซ้อน และเกิดการแลกเปลี่ยนบุคลากรร่วมกัน และผลักดันงานในกลุ่มจังหวัดไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

4. การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือนประจำปี จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการประเมินตามภายในสัปดาห์ที่ 2-4 ของเดือน แบบฟอร์มการประเมินมีเป้าหมายที่ชัดเจน สั้น กระชับ และมีกรอบการประเมินที่ชัดเจน

เลขาธิการสำนักงาน กฟก. ได้ชื่นชมและขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานจนเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถใช้จ่ายงบกลางในส่วนของงานฟื้นฟูฯ และงานจัดการหนี้ฯ ได้ 100% ส่วนงบบริหารสำนักงานคืนสำนักงบประมาณ โดยเฉลี่ย 1.5% ซึ่งเกินมาตรฐานที่สำนักงบประมาณกำหนดไว้ ในปีงบประมาณ 2566 นี้ จะลงพื้นที่เพื่อพบปะให้กำลังใจพนักงานสาขาจังหวัดให้ครบทุกจังหวัด เพื่อรับทราบปัญหาในพื้นที่ไปด้วย

วันที่ 27 กันยายน 2565 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 3 ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 3/2565

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในฐานะเลขานุการเปิดเผยว่า ที่ประชุมมีวาระที่สำคัญดังนี้

เรื่องเพื่อทราบ 2 เรื่อง

• รายงานสถานะทางการเงินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ 2565

• รายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

เรื่องเพื่อพิจารณา 5 เรื่อง

• อนุมัติกรอบและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2566 จำนวน 962,411,932.00 บาท ประกอบด้วย งบเพื่อจัดการหนี้ของเกษตรกร 92,465,104 บาท งบเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 65,000,000 บาท และงบบริหารสำนักงาน 687,230,230 บาท

• เห็นชอบให้คณะกรรมการจัดการหนี้ฯ ดำเนินการจัดการหนี้ได้ตามอำนาจหน้าที่ จำนวน 5,609 ราย 17,650 บัญชี มูลหนี้รวม 4,091,054,397.72 บาท

• เห็นชอบรายชื่อและอนุมัติซื้อทรัพย์ NPA คืนให้แก่เกษตรกร เพิ่มเติม ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 55 จำนวน 35 ราย 35 บัญชี ยอดเงินรวม 73,980,930.87 บาท

• อนุมัติให้นิติบุคคลเป็นสถาบันการเงินตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้ กฟก.สามารถจัดการหนี้ให้เกษตรกรได้ จำนวน 2 สถาบันการเงิน ได้แก่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด และ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

• เห็นชอบระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล และสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน กฟก. 2 เรื่อง ได้แก่ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการ กฟก. ว่าด้วยการเบิกค่าเช่าบ้านของพนักงาน กฟก. พ.ศ. … และ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการ กฟก. ว่าด้วยการขนย้ายสิ่งของส่วนตัวในการเดินทางปฏิบัติงานประจำในราชอาณาจักร พ.ศ. …

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ กฟก. ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการที่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรได้รับการจัดการหนี้และฟื้นฟูอาชีพมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานี้ ผลงานของ กฟก. เกิดเป็นรูปธรรมทุกด้าน ขอให้เจ้าหน้าที่ของ กฟก.ทุกท่านทำงานด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ตนในฐานะประธานบอร์ดพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันภารกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ด้วยคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัด ได้ครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ ไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา และเพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นไปตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการสรรหาอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัด 77 จังหวัด ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร   ว่าด้วยการกระจายอำนาจการบริหาร พ.ศ. 2556 จึงประกาศรับสมัครอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21 – 27 กรกฎาคม 2565 ในวันและเวลาราชการ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรเกษตรกรทั้งด้านการฟื้นฟูอาชีพ และการจัดการหนี้ให้เกษตรกรสมาชิก

นายสไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สัดส่วนของคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัด ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรเกษตรกร จำนวน 8 คน ผู้แทนภาคราชการและผู้แทนภาคเอกชน จำนวน 8 คน หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัด เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง วิธีการรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคลเพื่อคัดเลือก ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตัวเอง หรือองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน  ต่อสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในเขตจังหวัดเสนอชื่อ หรือ ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรเอกชน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น ๆ เสนอชื่อ หลักฐานที่ใช้ในการสมัคร ประกอบด้วย ใบสมัคร รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาด 1 ½ นิ้ว x 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป สำเนาประจำตัวบัตรประชาชน จำนวน 1 ชุด สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด รายงานการประชุมคณะกรรมการองค์กรเกษตรกรที่มีมติมอบหมาย หรือหนังสือมอบหมายจากหน่วยงาน จำนวน 1 ชุด กรณีเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ ให้ใช้บัตรประจำตัวข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ หรือหนังสือรับรองการเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐจากหน่วยงานที่สังกัด จำนวน 1 ชุด ยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดตามที่อยู่ขององค์กรเกษตรกร หน่วยงานภาคเอกชนและส่วนราชการในจังหวัดนั้น ๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หมายเลขโทรศัพท์ 0 2158 0342 หรือสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรทั่วประเทศ สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร www.frdfund.org หรือ เฟสบุ๊คเพจ : สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร