• โดยนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาโรค COVID 19 ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเมื่อ 22 มีนาคม 63ให้มีการป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าวโดยให้แต่ละจังหวัด มีการคัดกรองและแยกประชาชนที่เดินทางออกจาก กทม.และปริมณฑลซึ่งเป็น พื้นที่สุ่มเสี่ยงการระบาดของโรค และให้กักบริเวณดูอาการเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งหลายๆ จังหวัดได้มีการสั่งการปฎิบัติแล้ว จากกรณีดังกล่าวมีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ/อนุกรรมการ/คณะทำงานต่างๆ ทีแต่งตั้งตามกฎหมาย กฟก. ทุกคณะที่มีองค์ประกอบกรรมการ ที่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรการภาครัฐ สนง.กฟก. จึงแจ้งประสานการงดจัดการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการ/คณะทำงาน ทุกคณะ ซึ่งต้องจัดประชุมที่ สนง.กฟก.สำนักงานใหญ่ ที่มีกำหนดนัดหมาย ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปเป็นกรณีเร่งด่วน โดยแจ้งเลื่อนระยะเวลาการจัดประชุมออกไป 14 วัน หรือตามประกาศมาตรการภาครัฐกำหนด จึงเรียนมาเพื่อทราบ

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

22 มีนาคม 2563

วันที่ 19 มีนาคม 2563 นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษาสำนักงานด้านบัญชีการเงิน บริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน  เป็นประธานการประชุมร่วมกันสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยนางภัทรา โชว์ศรี รองผู้ว่าการตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ เพื่อสรุปผลการตรวจติดตามเอกสารให้กับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร  ข้อสังเกตจากการตรวจสอบรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด 30 กันยายน 2562 เพื่อให้สามารถสรุปปิดบัญชีได้ทันตามปีงบประมาณต่อไป

วันที่ 18 มีนาคม 2563 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) โดยสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร ประชุมคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ครั้งที่ 8/2563 โดยมีนายจารึก บุญพิมพ์ เป็นประธาน ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยที่ประชุมได้มีมติให้ความเห็นชอบในวาระต่างๆ ที่เผยแพร่ในเบื้องต้น ดังนี้ พิจารณายกเว้นค่าปรับทุกกรณีให้กับเกษตรกรที่ กฟก. ชำระหนี้แทน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้อนุมัติยกเว้นค่าปรับที่เกิดขึ้นตามสัญญา อันมิได้เกิดจากความผิดของเกษตรกร จากกรณีเกษตรกรผิดนัดชำระตามสัญญา เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรสมาชิก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องการให้หน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการเงินมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร พิจารณาขอความเห็นชอบแนวทางและขั้นตอนการซื้อทรัพย์ NPA ที่ประชุมมีมติเห็นชอบขั้นตอนในการจัดการหนี้ NPA ตามที่เสนอ

วานนี้ ( 16 มีนาคม 2563 ) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยว่าที่ร้อยตรียงยุทธ เกษาโร พนักงานอาวุโส ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสำนักงานให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลหนี้ สหกรณ์การเกษตรกุฉินารายณ์ จำกัด จำนวน 153 ราย 225 บัญชี เพื่อจัดทำแผนการจัดการหนี้ ลูกหนี้สหกรณ์ เสนอคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรพิจารณาอนุมัติชำระหนี้แทนฯ  ตามนโยบายการจัดการหนี้ของ กฟก.

ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เรื่อง รายชื่อเกษตรกรสมาชิกที่ได้รับสิทธิการจัดการหนี้ ครั้งที่ 1/2563 มีเกษตรกรสมาชิกลูกหนี้สหกรณ์การเกษตรกุฉินารายณ์ จำกัด มีรายชื่อที่ผ่านการอนุมัติรายชื่อแล้ว จำนวน 1 ราย 1 บัญชี รวมมูลหนี้ 499,794 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและจัดทำเอกสารประกอบเพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกร

โดยเกษตรกรที่จะได้รับสิทธิ์การจัดการหนี้ของ กฟก. ต้องเป็นสมาชิกและขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกรให้ถูกต้อง ซึ่งหนี้ที่สามารถขึ้นทะเบียนหนี้ได้นั้น ต้องเป็นหนี้ในระบบ และกู้เพื่อการเกษตร ที่มีหลักทรัพย์เป็นประกัน

เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามสนับสนุนโครงการเงินกู้ยืม/ปิดโครงการ  ของกลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมผสานบ้านนายอ รหัสองค์กร 4643004835  โดยกลุ่มได้รับเงินสนับสนุนประเภทเงินกู้ยืมเมื่อปีงบบประมาณ 2558  เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท  เพื่อทำกิจกรรมเกษตรผสมผสาน มีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรม 21 คน  ทำสัญญาผ่อนชำระ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 บาท/ปี  ซึ่งกลุ่มฯ ชำระเงินกู้ได้ตามกำหนดระยะเวลา และทำเรื่องขอปิดโครงการ จากผลการดำเนินงานของกลุ่มฯ ปัจจุบันสมาชิกยังทำกิจกรรมการเกษตรแบบผสานอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำไร่ นา การปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ และปลูกไม้ยืนต้นเพื่อเป็นสวัสดิการในอนาคต ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ทำให้สมาชิกมีรายได้ตลอดทั้งปี  นายสุรชาติ  วันโนนาม ประธานกลุ่มกล่าวว่า สมาชิกเกษตรกรในกลุ่มมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาภัยแล้งบ้าง แต่จากการทำเกษตรผสมผสานมีผลผลิตหลากหลายสร้างรายได้ให้กับสมาชิก โดยรายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจะออมเข้ากลุ่มเพื่อไว้ชำระหนี้กองทุนในแต่ละปี  ปัจจุบันกลุ่มยังมีเงินออมคงเหลือในบัญชีองค์กร กว่า 130,000 บาท

วันนี้ (13 มีนาคม 2563) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะอนุกรรมการปฏิรูปองค์กรและจัดทำโครงการพิเศษเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีเร่งด่วน ครั้งที่ 4/2563 ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีนายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล เป็นประธาน มีวาระสืบเนื่องเพื่อพิจารณาศึกษา วิเคราะห์ สภาพปัญหาในการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และมีการนำเสนอสภาพปัญหาอุปสรรคของการดำเนินงานของสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 1-4 โดยผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาแต่ละภูมิภาคให้คณะอนุกรรมการได้รับทราบ

วันนี้ (13 มีนาคม 2563) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดประชุมหารือคณะทำงานติดตามและสนับสนุนการดำเนินงาน กฟก.จังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เร่งด่วนในพื้นที่ ครั้งที่ 1/2563 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยประสานความร่วมมือกันระหว่าง กรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร อนุกรรมการฯจังหวัด กฟก.สาขาจังหวัด ผู้แทนเกษตรกรทั้ง 4 ภูมิภาค ที่ปรึกษาสำนักงาน ได้แก่ นายนคร ศรีวิพัฒน์ นายสมเกียรติ โอสถสภา นายสุชาติ เตชะโพธิ์ไทร โดยสำนักกิจการสาขาภูมิภาคทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะทำงานแต่ละภูมิภาค การประชุมในครั้งนี้ได้มีการเลือกประธานคณะทำงานของคณะใหญ่ ซึ่งมติที่ประชุมเห็นชอบให้ นายจารึก บุญพิมพ์ เป็นประธาน และมีการคัดเลือกประธานคณะทำงานของแต่ละภูมิภาค ดังนี้ ภูมิภาคที่ 1 (ภาคเหนือ) นายนิเทศน์ คำเป็ก เป็นประธาน ภูมิภาคที่ 2 (ภาคกลาง) นายกิตติพล ตะพานแก้ว เป็นประธาน ภูมิภาคที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) นายประจักร์ บุญกาพิมพ์ เป็นประธาน ภูมิภาคที่ 4 (ภาคใต้) นางพจมาน สุขอำไพจิตร เป็นประธาน สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานชุดนี้ สำนักกิจการสาขาภูมิภาคแต่ละภูมิภาคจะดำเนินการจัดประชุมคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อมูลศึกษาวิเคราะห์ จัดทำแผนปฏิบัติการ แผนการติดตามงาน และกำหนดวิธีการรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างบูรณาการและเป็นระบบ และจะมีการเสนอแผนการปฏิบัติงานของคณะทำงานในแต่ละภูมิภาคต่อคณะกรรมการจัดการหนี้ฯ พิจารณาต่อไป

วันที่ 12 มีนาคม 2563 นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯและพัฒนาเกษตรกร นำคณะผู้บริหาร กฟก. ร่วมประชุมหารือคณะผู้บริหารระดับสูง ธ.ก.ส. ประกอบด้วย รองผู้จัดการใหญ่ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และทีมงาน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาหนี้สมาชิก กฟก. ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ประธาน กฟก. มีบัญชามอบหมายให้เร่งดำเนินการตามโครงการแก้ไข ปัญหาหนี้เกษตรกร 4 ธนาคารของรัฐ

ประเด็นหารือกับ ธ.ก.ส. ประกอบด้วย การเจรจาชำระหนี้แทนเกษตรกรตามเงื่อนไขปี 2551 โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มที่ค้างจากมติ ครม. 7 เมษายน 2553 จำนวน 3,800 ราย โดยขอขยายกรอบเวลาเป็นหนี้ NPL ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรขึ้นทะเบียนหนี้ 302,000 ราย ส่วนกรณีเป็นหนี้ NPL ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่ตรวจสอบแล้วมีจำนวน 42,344 ราย เงินต้น 7,654.25 ลบ. โดยชำระหนี้ตามเงื่อนไขของสมาคมธนาคารไทย คือ เงินต้นร้อยละ 50 ดอกเบี้ยค่าปรับตัดทิ้งทุกวงเงิน และกรณีมีหนี้หลายสัญญาและสัญญาใดสัญญาหนึ่งเป็นหนี้ NPL และใช้หลักทรัพย์ประกันเดียวกันให้ชำระหนี้ทุกสัญญาในคราวเดียวกัน

ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ร่วมกับ กฟก. ไปจัดทำ MOU เพื่อเสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส. พิจารณาให้กฟก. ชำระหนี้แทนเกษตรกร ให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป