วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2563 นางสาวจารุวรรณ โฉมศรี พนักงานอาวุโส รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้เกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนจาก กฟก. ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาขาเสนา จำนวน 4 แปลง รวมนื้อที่ 36 ไร่ 3 งาน

โดยเกษตรกรทั้ง 4 ราย ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ให้ได้รับสิทธิชำระหนี้แทนกรณีเป็นหนี้สหกรณ์ ซึ่งสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ดำเนินการชำระหนี้แทนให้กับลูกหนี้สหกรณ์การเกษตรเสนา จำกัด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,885,917.77 บาท เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินให้เกษตรกรและแก้ไขปัญหาหนี้ตามนโยบายของรัฐบาล

วันที่ 23 มิถุนายน 2563 นางสาวสิริลักษณ์ อุตเถิน หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดสิงห์บุรี ทำการโอนหลักประกันคืนให้กับเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัดสิงห์บุรี หลังจากที่ปิดบัญชีและชำระเงินครบตามสัญญาเช่าซื้อกับกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวนว 1 ราย ได้แก่ นางสาลี่ เสือเหลือง หลักทรัพย์ค้ำประกันจำนวน 1 แปลง รวมเนื้อที่ 3 งาน 73.6 ตารางวา ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรี

วันที่  9 มิถุนายน 2563 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 16/2563 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นประธานในการประชุม

การประชุมในครั้งนี้มีวาระเพื่อพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 77 จังหวัด โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดที่มีอนุกรรมการครบถ้วนจำนวน 16 คน และในส่วนภาคราชการที่โยกย้าย โดยให้แต่งตั้งตามหน่วยงานราชการที่ได้เสนอทดแทนในตำแหน่งที่มีการโยกย้าย กรณีเสียชีวิตคณะกรรมการบริหารได้พิจารณาคัดเลือกจากรายชื่อที่ผ่านกระบวนการสรรหาในระดับจังหวัดมาแล้ว และกรณีที่มีองค์ประกอบไม่ครบถ้วน ได้มอบหมายให้หัวหน้าสำนักงาน ร่วมกับผู้แทนเกษตรกรประจำภูมิภาคและผู้แทนจากคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ดำเนินการเสนอรายชื่อเพื่อให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

หลังจากแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว จะทำให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสามารถขับเคลื่อนภารกิจให้องค์กรเกษตรกรและเกษตรกรสมาชิกให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นทั้งด้านการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ และด้านการจัดการหนี้ของเกษตรกร

วันที่ 8 มิถุนายน 2563 นางสาววราภรณ์ พิมสาร รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดลำพูน โอนหลักประกันคืนเกษตรกรที่ปิดบัญชีและไถ่ถอนหลักประกันคืน จำนวน 3 ราย หลักประกัน 12 แปลง เนื้อที่รวม 19 ไร่ 2 งาน 53 ตาราง แยกเป็นการชำระหนี้แทนปกติ จำนวน 2 ราย หลักประกันจำนวน 7 แปลง รวมเนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 16 ตารางวา และการซื้อทรัพย์คืนจากธนาคาร (NPA) จำนวน 1 ราย หลักประกันจำนวน 5 แปลง รวมเนื้อที่ 4 ไร่ 37 ตารางวา ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดลำพูน สาขาบ้านโฮ่ง

วันนี้ (4 มิถุนายน 2563) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะทำงานปรับปรุงระเบียบสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 9/2563 โดยให้คณะกรรมการดำเนินการตามนโยบาย การป้องกันในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 โดยได้มีการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากภูมิลำเนาที่ตั้งหรือพื้นที่ใกล้เคียงของกรรมการ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมมีการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการโอนทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน การชำระหนี้ และการเช่าซื้อ หรือซื้อทรัพย์สินคืนไปจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยที่ประชุมมีมติให้สำนักงานปรับแก้ข้อความตามที่คณะทำงานให้มีความเห็น และส่งให้ นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส คณะทำงานฯ ได้ตรวจทานก่อนเสนอลงนามตามขั้นตอน

วันที่ 1 มิถุนายน 2563 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดงานมอบเช็คเพื่อวางเงินชำระหนี้แทนเกษตรกรที่ถูกบังคับคดี ณ ที่ว่าการอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานในการมอบเช็คเพื่อวางเงินชำระหนี้แทน

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า การมอบเช็คเพื่อวางเงินในการชำระหนี้ในวันนี้นับเป็นครั้งแรกและเป็นเกษตรกรรายแรกที่ได้รับการช่วยเหลือตามประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ในการจัดการหนี้ ของ กฟก. โดยในวันนี้มีพี่น้องเกษตรกรมาร่วมพิธีกว่า 200 คน และได้รับเกียรติจาก นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายจารึก บุญพิมพ์ ประธานกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร และตัวแทนจากคณะกรรมการบริหารฯ คณะกรรมการจัดการหนี้ฯ ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบเช็คในครั้งนี้ด้วย

สำหรับเกษตรกร ราย นางขำ สดรัมย์ เป็นลูกหนี้สหกรณ์การเกษตรห้วยแถลง จำกัด เป็นหนี้ทั้งสิ้น 477,044.59 บาท มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นที่ดิน จำนวน 16 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา ซึ่งทางสหกรณ์ไม่ยินยอมให้ กฟก. ชำระหนี้แทน และจะดำเนินคดีบังคับขายทอดตลาดในวันที่ 2 มิถุนายน 2563 นี้ กฟก.จึงได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือภายใต้หลักเกณฑ์และประกาศฉบับใหม่ นับว่าทันต่อความเดือดร้อนของเกษตรกรพอดี อีกทั้งหลังจากนี้หากมีเกษตรกรเดือดร้อนกรณีเช่นนี้ กฟก. ก็สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรได้เช่นกัน

วันที่ 29 พฤษภาคม​ 2563 เวลา 09.30 น. นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟู​และพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย ดำเนินการโอนที่ดินและ มอบโฉนดที่ดินให้เกษตรกร ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเวียงชัย จำนวน 1 ราย โฉนดที่ดิน จำนวน 2 แปลง เนื้อที่รวม 3 ไร่ 91 ตารางวา ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย สาขาเวียงชัย โดยเป็นการโอนที่ดินตามกฎหมาย กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (มาตรา 37/9)

ทั้งนี้ เกษตรกรได้นำโฉนดที่ดินไปเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกับธนาคาร​กรุงเทพ จำกัด และไม่สามารถชำระเงินคืนให้กับสถาบันเจ้าหนี้ได้ (NPL-หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้) โดยเกษตรกรได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน กับ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย (กฟก.) และได้รับการช่วยเหลือในการชำระหนี้แทนเกษตรกร และเกษตรกรได้ดำเนินการชำระหนี้คืนให้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และขอไถ่ถอนที่ดินคืน ตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว

วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 นางพัชรี รู้น้อม หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดพะเยา ชำระหนี้แทนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่มีสถานะหนี้อยู่ในคำสั่งศาลพิพากษา มูลหนี้ทั้งสิ้น 201,989.87 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและรักษาที่ดินให้กับเกษตรกร ทั้งนี้เกษตรกรเป็นหนี้จากการกู้ยืมเพื่อการเกษตร โดยกู้จากสหกรณ์นิคมเชียงคำ​ จำกัด​ หลังจากชำระหนี้ให้กับเกษตรกรแล้วเสร็จ จากนั้นเกษตรกรได้จัดทำสัญญาเช่าซื้อทรัพย์คืนจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรต่อไปตามแผนการชำระเงินคืน ที่สอดคล้องกับรายได้และศักยภาพการชำระของเกษตรกร

ทั้งนี้เกษตรกรได้กล่าวขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร​และรักษาที่อยู่อาศัยไว้ให้ลูกหลานต่อไป