หนังสือขอเชิญประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2558 และหนังสือแจ้งเลื่อนการประชุม จากเดิมเป็นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559

rn

ดาวน์โหลด

สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานและลูกจ้างกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำกัด ขอเชิญประชุมใหญ่สามัญประจำปี2557 ครั้งที่ 2 (เนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้วมีผู้เข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม)

rn

ในวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2558 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น3  สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานใหญ่ 

rn

ดาวร์โหลดระเบียบวาระ

การสหกรณ์ไทย

rn

ความคิดเรื่องการสหกรณ์เกิดขึ้นในประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณ พ.ศ. 2457 ในสมัยนั้นประเทศไทยได้เริ่มมีการค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจชนบท เปลี่ยนจากระบบเลี้ยงตนเองมาเป็นระบบเศรษฐกิจเพื่อการค้า ความต้องการเงินทุนในการขยายการผลิต และการครองชีพ การกู้ยืมเงินทุนจากนายทุนท้องถิ่นที่ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราสูง การถูกเอารัดเอาเปรียบ ในการขายผลผลิต สภาพดินฟ้าไม่อำนวย ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย การเกิดหนี้สินพอกพูน จึงเกิดขึ้นกับเกษตรกร
จากสภาพปัญหาความยากจนและหนี้สินดังกล่าวทำให้ทางราชการพยายามหาทางแก้ไข ต่อมารัฐบาลได้เชิญ เซอร์เบอร์นาร์ด ฮันเตอร์ (Sir Benard Hunter) หัวหน้าธนาคารแห่งมัดราส ประเทศ อินเดีย เข้ามาสำรวจ หาลู่ทางช่วยเหลือเกษตรกร และได้เสนอว่าควรตั้ง “ธนาคารให้กู้ยืมแห่งชาติ” ดำเนินการให้กู้ยืมแก่ราษฎร โดยมีที่ดินและหลักทรัพย์อื่นเป็นประกันเพื่อมิให้ชาวนาที่กู้ยืมเงินหลบหนีหนี้สิน พร้อมทั้งแนะนำให้จัดตั้งสมาคม เรียกว่า “โคออเปอร์เรทีพ โซไซตี้” (Cooperative Society) เพื่อควบคุมการกู้เงินและการเรียกเก็บเงินกู้ โดยใช้หลักการร่วมมือกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งคำนี้พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ได้ทรงบัญญัติศัพท์เป็นภาษาไทยว่า “สมาคมสหกรณ์” จึงกล่าวได้ว่าประเทศไทยเริ่มศึกษาวิธีการสหกรณ์ในปี 2457 แต่ยังมิได้ดำเนินการอย่างไร จนกระทั่งในปี 2458 ได้มีการจัดตั้งกรมสถิติพยากรณ์ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เป็นกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ ประกอบด้วยส่วนราชการ 3 ส่วน คือ การพาณิชย์ การสถิติพยากรณ์ และการสหกรณ์

rn

การตั้งส่วนราชการสหกรณ์นี้ก็เพื่อจะให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทดลองจัดตั้งสหกรณ์ขึ้น และพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ในฐานะอธิบดีกรมพาณิชย์ และสถิติพยากรณ์ขณะนั้น ได้ทรงพิจารณาเลือกแบบอย่าง ของสหกรณ์แบบไรฟ์ไฟเซนของประเทศเยอรมันเป็นตัวอย่างขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากมีความเหมาะสม กับภาวะเศรษฐกิจของเกษตรกรไทย ขณะนั้นมากกว่ารูปอื่น และได้ทดลองจัดตั้งสหกรณ์แห่งแรกของ ประเทศไทยขึ้น ณ ท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ชื่อว่า “สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการเงินกู้แก่สมาชิก โดยจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเพิ่มเติมสมาคม พ.ศ.2459 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 มีพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เป็นนายทะเบียนสหกรณ์ พระองค์แรก สหกรณ์แห่งนี้มีสมาชิกแรกตั้ง จำนวน 16 คน ทุนดำเนินงาน 3,080 บาท เป็น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 80 บาท และเงินทุนซึ่งกู้จากแบงก์สยามกัมมาจล (ธนาคารไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน) เป็นจำนวน 3,000 บาท มีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติเป็นผู้ค้ำประกัน โดยเสีย ดอกเบี้ยให้ธนาคารในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี คิดดอกเบี้ยจากสมาชิกในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี กำหนดชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยได้ตามกำหนด และยังมีเหลือพอเก็บไว้เป็นทุนต่อไป

rn

แสดงให้เห็นว่าการนำวิธีการสหกรณ์เข้ามาช่วยแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ผล ดังนั้น ทางราชการจึงได้ส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์หาทุนขนาดเล็กในท้องถิ่นต่างๆ ที่ประสบปัญหาอย่างเดียวกัน ต่อมางานสหกรณ์ได้ขยายตัวกว้างขวางขึ้นมีการจดทะเบียนสหกรณ์ อีกหลายสหกรณ์ และการ จัดตั้งสหกรณ์อีกหลายประเภท แต่เป็นสหกรณ์ขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจแบบเอกประสงค์ทั้งสิ้น จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการหรือแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้เต็มที่ 

rn

ทางรัฐบาลจึงได้ออกพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 เปิดโอกาสให้สหกรณ์หาทุนขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจเพียงอย่างเดียวควบเข้าเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ ทำให้สามารถขยายการดำเนินธุรกิจเป็นแบบเอนกประสงค์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่สมาชิก ด้วยเหตุนี้สหกรณ์หาทุน จึงแปรสภาพเป็นสหกรณ์การเกษตร มาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2516 ได้มีการประกาศ กฎกระทรวงเกษตร และสหกรณ์แบ่งประเภทสหกรณ์ในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 ออกเป็น 6 ประเภท คือ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า และสหกรณ์บริการ( ปัจจุบันเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดประเภทสหกรณ์ที่จะรับจดทะเบียน พ.ศ.2548 ปัจจุบัน มี 7 ประเภท เพิ่ม สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน อีก 1 ประเภท) ซึ่งนับแต่สหกรณ์ได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทยจวบจนปัจจุบัน ผลการดำเนินงานของสหกรณ์ในธุรกิจต่างๆ ได้สร้างความเชื่อถือเป็นที่ไว้วางใจของสมาชิก จนทำให้จำนวนสหกรณ์เพิ่มขึ้นทุกปี การสหกรณ์ในประเทศไทยจึงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมที่ช่วยแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพ และช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น 

rn

ที่มา:ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย

rn


rn

สหกรณ์ออมทรัพย์เป็นพื้นฐานของการพัฒนาคน

rn

ความหมายสหกรณ์ออมทรัพย์ คือ องค์การที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก โดยสมาชิกแต่ละคนออมรายได้ฝากไว้กับสหกรณ์เป็นประจำสม่ำเสมอในลักษณะการถือหุ้นและฝากเงิน นอกจากนั้น หากสมาชิกประสบความเดือดร้อนเกี่ยวกับการเงินก็สามารถช่วยเหลือได้โดยการให้กู้ยืม ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่น สมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดจะเป็นผู้ที่อยู่ในหน่วยงานเดียวกันและมีเงินเดือนประจำด้วย

rn

สหกรณ์ออมทรัพย์มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายสหกรณ์ และกระทรวงการคลังได้ประกาศให้สหกรณ์ออมทรัพย์คิดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้เช่นเดียวกับสถาบันการเงิน ตามประกาศกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2526

rn

จุดแข็งของสหกรณ์ออมทรัพย์

rn

สหกรณ์ออมทรัพย์ส่วนมากตั้งอยู่ในกลุ่มคนที่มีเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำ ทั้งในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจเอกชน ประกอบกับการได้รับการสนับสนุนจากต้นสังกัดในการอำนวยความสะดวกในการหักเงินเดือนหรือ ค่าจ้างของสมาชิกส่งให้สหกรณ์เป็นเงินออมและเงินงวดชำระหนี้

rn

 

rn

333

rn

 

rn

หมายเหตุ 1.  ลำดับที่ 008-017, 028, 037, 052-056, 067, 069, 080-081, 087, 096, 098

rn

รวม 26 รายชื่อ แจ้งงดหักค่าหุ้นเป็นรายเดือน หรือ จ่ายค่าหุ้นไม่ครบ

rn

ให้ติดต่อสหกรณ์ภายในเดือนกันยายน 2557

rn

เพื่อรักษาสิทธิในการเป็นสมาชิกสหกรณ์ 

rn

rn

2.  ลำดับที่ 035, 036, 044, 045, 061, 071, 086, 088

rn

ประสงค์ขอลาออกจากสมาชิก  ให้ยืนยันการลาออกอีกครั้งหนึ่ง

rn

โดยจะให้มีผลตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2557  เป็นต้นไป

rn

rn

3.  สหกรณ์จะส่งใบเสร็จการรับชำระค่าหุ้นให้แก่สมาชิกที่ได้ทำการชำระมาแล้ว

rn

ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2556 – 30 กันยายน 2557  ภายในเดือนตุลาคม 2557

rn

rn

4.  สำหรับสมาชิกที่ลาออก  หากจะสมัครเป็นสมาชิกใหม่  ต้องให้พ้นจากการเป็นสมาชิก 2 ปี  หลังจากสมัครเป็นสมาชิกแล้วท่านจะมีสิทธิขอสินเชื่อได้ต้องเป็นสมาชิกรอบใหม่อย่างน้อย 6 เดือน  ดังนั้น  จึงขอให้สมาชิกผู้มีรายชื่อในข้อ 1 และข้อ 2

rn

โปรดแจ้งสหกรณ์เป็นหนังสือเพื่อส่งชำระค่าหุ้นต่อไป หรือ ประสงค์ที่จะสิ้นสุด 

rn

การเป็นสมาชิก ภายในวันที่ 22  กันยายน  2557

rn

rn

5.  สหกรณ์จะเปิดให้บริการสินเชื่อแก่สมาชิก และเปิดให้บริการรับ-ฝากเงิน

rn

ได้ในระหว่างเดือน ตุลาคม 2557  เป็นต้นไป

rn

rn

6.  สำหรับสมาชิกที่ประสงค์จะขอรับบริการสินเชื่อ  สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จะแจ้งให้

rn

ทราบอีกครั้งหนึ่ง

rn

rn

rn

rn

 

rn

222

444rn

rn

rn

1. ส่งเสริมการออม  ถือเป็นการฝึกวินัยการออมทรัพย์ภาคบังคับที่ดี  โดยการ

rn

1.1 ซื้อหุ้นแรกเข้าเป็นสมาชิก  สะสมซื้อหุ้นเป็นรายเดือนทุกเดือน

rn

โดยหักจากบัญชีเงินเดือน  สิ้นปีมีเงินปันผลตามมูลค่าหุ้นที่มีอยู่ทุกปี

rn

1.2 ฝากเงินไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์  โดยได้ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารพาณิชย์

rn

rn

2. ได้รับบริการสินเชื่อตามระเบียบ, หลักเกณฑ์, วิธีการ และข้อกำหนดที่คณะกรรมการ

rn

กำหนด ในดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ 

rn

rn

3. ได้รับสวัสดิการต่างๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

rn

rn

4. ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลและมีความเอื้ออาทรต่อพี่น้องพนักงานและลูกจ้าง

rn

กองทุนฟื้นฟูฯ ด้วยกัน

rn

rn