สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 26 – 27 มิถุนายน 2569 นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมด้วยนายทศพล วิชัยดิษฐ์ รองเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายสุกิจ ลุ้งใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 4 คณะผู้บริหาร และบุคลากรสำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสาขาจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะผู้บริหารได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มองค์กรเกษตรกรต้นแบบ จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย 1) กลุ่มอ่าวโต๊ะขุนพัฒนา ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ได้แก่ กุ้งมังกรและปลากะพง 2) กลุ่มเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการแปรรูปชาสับปะรดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรด และ 3) กลุ่มผู้เลี้ยงและอนุรักษ์ควายไทย (ควายฮับ) ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนการเลี้ยงควายไทยเพื่อฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการกลุ่ม รับฟังปัญหาและอุปสรรคจากการประกอบอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็งและมีความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาด
นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า “การได้รับฟังเสียงจากเกษตรกรโดยตรง ทำให้เราเข้าใจบริบทและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น กฟก. พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนกลุ่มเกษตรกร ทั้งด้านองค์ความรู้ การบริหารจัดการ และการส่งเสริมอาชีพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”







การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในการเป็นที่พึ่งของเกษตรกรอย่างแท้จริง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระดับภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน