วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล — กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) นำโดย นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ,นายทศพล วิชัยดิษฐ์ รองเลขาธิการฯ และนางโสมสุดา โพธิ์อินทร์ ผอ.สำนักฟื้นฟูฯ พร้อมคณะ เข้าพบ ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยมี นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นั่งเป็นประธานในการพูดคุย ตามที่ รองนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มอบหมายเพื่อหารือแนวทางการบูรณาการภารกิจและทรัพยากรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยง ภารกิจด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรของ กฟก. เข้ากับองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมเชิงพื้นที่ของ บพท. เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์กับองค์กรเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงกับปัญหาและความต้องการของเกษตรกร

แนวทางความร่วมมือให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1.นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่พื้นที่ (Appropriate Technology)

มุ่งนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เข้าสนับสนุนองค์กรเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยคำนึงถึงบริบทและศักยภาพของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ

2.พัฒนาองค์กรเกษตรกรสู่ “นวัตกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น” (Local Entrepreneur)

ส่งเสริมให้องค์กรเกษตรกรก้าวข้ามจากการประกอบอาชีพเกษตรในรูปแบบเดิม สู่การเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม การตลาด และการบริหารธุรกิจ เพื่อยกระดับองค์กรเกษตรกรให้สามารถเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจของชุมชน

3.สร้างอาชีพที่มั่นคงและรายได้ที่ยั่งยืน

บูรณาการงบประมาณ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรให้มีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็งในระยะยาว

นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการ กฟก. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง กฟก. และ บพท. ถือเป็นการเชื่อมโยงจุดแข็งของทั้งสองหน่วยงาน โดย กฟก. มีภารกิจในการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ขณะที่ บพท. มีองค์ความรู้และกลไกด้านการวิจัยและพัฒนาระดับพื้นที่ ซึ่งสามารถนำมาผสานให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กฟก. และ บพท. จะร่วมกันพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งให้ งานวิจัยและนวัตกรรมไม่หยุดอยู่เพียงในระดับองค์ความรู้ แต่สามารถถ่ายทอดและนำไปใช้จริงในภาคการเกษตรและชุมชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือดังกล่าวจึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการภารกิจระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อน “งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม” ให้เชื่อมโยงกับ “การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร”