วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563  สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีนายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล รองประธานกรรมการบริหารคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธาน ณ ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยที่ประชุมมีวาระพิจารณา (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยการพิจารณาแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การติดตามและประเมินผลการดำเนินการ การเบิกจ่ายเงิน และการใช้คืนเงินให้แก่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 , พิจารณาอนุมัติโครงการภายใต้แผนงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปี 2563 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการตามแผน โดยในส่วนของงบประมาณที่จะต้องอนุมัติจัดสรรให้สำนักงานสาขาให้คำนึงถึงขนาดของสำนักงานสาขาจังหวัดด้วยเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์เพื่อเกษตรกรสมาชิกมากที่สุด

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2563) เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กว่า 20 คน เดินทางมายังสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เพื่อเร่งรัดติดตามการเจรจาหนี้สินร่วมกับธนาคารเจ้าหนี้ของเกษตรกรสมาชิก โดยนายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการเป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้เกษตรกรสมาชิกได้รับความเดือดร้อนจากการที่ธนาคารต่างๆ ไม่ชะลอหรือยุติการขายทอดตลาด ซึ่งนายมนัส วงษ์จันทร์ รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร ชี้แจงว่า ในวันที่ 18 ก.พ.2563 จะประสานเพื่อนัดหมายเนื่องจากจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดการหนี้ของเกษตรกร กรณีลูกหนี้ธนาคารของรัฐและหนี้เกิน 2.5 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีการประชุมกับสถาบันเจ้าหนี้ได้ภายในวันศุกร์นี้

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดยโสธร โดยนางนุชฎา จำเริญสาร หัวหน้าสำนักงานได้โอนโฉนดและส่งมอบโฉนดคืนให้กับเกษตรกรสมาชิก ที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ชำระหนี้แทนกับสหกรณ์การเกษตรเลิงนกทา จำกัด ซึ่งครบกำหนดสัญญาชำระเงินคืนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมปิดบัญชีขอไถ่ถอนหลักประกันคืนจำนวน 3 ราย  4 แปลง เนื้อที่รวม 32 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา ณ สำนักงานที่ดินที่ดินจังหวัดยโสธร สาขาเลิงนกทา

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563
นางดวงใจ ทองโสภณ รักษาการหัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการโอนหลักประกันคืนให้กับเกษตรกร จำนวน 1 ราย มีเนื้อที่รวมจำนวน 1 งาน 5 ตารางวา ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขากมลาไสย ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรให้กับสหกรณ์
โดยเกษตรกรได้สิทธิ์ตัดดอกทั้งหมดและลดเงินต้น 50% อัตราค่าจัดการร้อยละ 1 ต่อปี กำหนดผ่อนชำระไม่เกิน 20 ปี และไถ่ถอนพร้อมโอนหลักประกันมากองทุนฟื้นฟูฯ และเกษตรกรได้ชำระคืนตามสัญญาเช่าซื้อเรียบร้อยแล้ว จึงได้ดำเนินการโอนและมอบโฉนดคืนให้เกษตรกร ตามมาตรา 37/9 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.2542

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 14.00 น. นายสไกร พิมพ์บึง รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมด้วยนางสาวอธิภัทร ก้อวงค์ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน และคณะเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับการตรวจราชการนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา) และคณะนายกรัฐมนตรี ในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาหมอกควันและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของจังหวัดน่าน และเป็นประธานในการมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตามนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร และการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร โดยมีนายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำหัวหน้าหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมให้การตอนรับการลงพื้นที่ดังกล่าว ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดน่าน

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร และนโยบายการรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกร เพื่อส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปนั้น สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร จึงได้เร่งดำเนินการตามโนบาย เพื่อบรรเทาทุกข์ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอดนั้น  สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ชำระหนี้ให้แก่สถาบันเจ้าหนี้แทนเกษตรกร ณ 31 มกราคม 2563 จำนวน 29,360 ราย เป็นเงิน 6,194,719,396.33 บาท และได้มีการโอนหลักทรัพย์มาเก็บรักษาไว้ที่ กฟก. จำนวน 21,462 แปลง รวมเนื้อที่ 155,260 ไร่ 3 งาน 78.2 ตารางวา

โดยในพื้นที่จังหวัดน่าน สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกร เพื่อลดการดำเนินคดี ลดการบังคับคดี การขายทอดตลาดทรัพย์ที่ดินของเกษตรกร ภายใต้โครงการของรัฐบาลในมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการชำระหนี้แทนเกษตรกร ให้กับเกษตรกร ที่เป็นหนี้เร่งด่วน ถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดี พิพากษา บังคับคดี ขายทอดตลาดแล้ว จำนวน 153 ราย รวมเป็นเงิน 11,038,595.41 บาท  เมื่อ กฟก. ชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้แทนเกษตรกรแล้ว หลักทรัพย์ค้ำประกันแห่งหนี้ของเกษตรกร จะถูกโอนตามกฎหมายมาไว้ที่ กฟก. เพื่อเก็บรักษาไว้ให้เกษตรกร โดยเมื่อเกษตรกรได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพหลังจัดการหนี้ และได้ชำระหนี้คืนตามที่ได้ทำสัญญาไว้แล้ว จึงจะสามารถขอไถ่ถอนที่ดินคืนจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้นั้น

ในปี 2563 นี้ จังหวัดน่าน มีเกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนและเข้าสู่กระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้กำหนดมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกร จำนวน 2 ราย จำนวน 3 แปลง เนื้อที่รวม 13 ไร่ 3 งาน 04 ตารางวา ดังนี้

1. นายอัด ปายสาร ที่อยู่ 148 ม.14 ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน มอบโฉนดที่ดิน จำนวน 2 แปลง รวมพื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน 7 ตารางวา

2. นายแถลง จันทร์คำเรือง ที่อยู่ 59/1 ม.1 ต.ทุ่งศรีทอง อ.เวียงสา จ.น่าน มอบโฉนด น.ส.3 ก จำนวน 1 แปลงจำนวนพื้นที่ 10 ไร่ – งาน 97 ตารางวา

นับเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ที่เน้นการสร้างวินัยทางการเงินให้กับเกษตรกร และให้การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน โดยสามารถรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกร เพื่อส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร จัดประชุมคณะทำงานพิจารณา (ร่าง) ระเบียบ หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดการหนี้ของเกษตรกร ครั้งที่ 6/2563  โดยมีนายนคร  ศรีวิพัฒน์ เป็นประธานการประชุม  โดยที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร เรื่องหลักเกณฑ์การจัดการหนี้ และการจำแนกแยกประเภทหนี้ของเกษตรกร และพิจารณา (ร่าง)  ประกาศคณะกรรมการจัดการหนี้ฯ เรื่อง การจัดการหนี้ของเกษตรกร กรณีมูลหนี้เกิน 2.5 ล้านบาท พ.ศ. ….  ณ  ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2563) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร จัดประชุมคณะทำงานตรวจสอบรายชื่อ และคุณสมบัติเกษตรกรก่อนการชำระหนี้แทน ครั้งที่ 3/2563 ณ ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีนายวิเชียร บุตรศรี ประธานคณะทำงานเป็นประธาน มีวาระในการพิจารณากลั่นกรองรายชื่อเกษตรกรสมาชิกที่เป็นหนี้เร่งด่วน กรณีหนี้สถาบันเกษตรกร(สหกรณ์) ธนาคารพาณิชย์ และนิติบุคคล ซึ่งจากการพิจารณาที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายชื่อเกษตรกรที่มีคุณสมบัติถูกต้องในครั้งนี้ จำนวน 23 ราย ซึ่งเป็นหนี้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กองทุนฟื้นฟูฯ สามารถชำระหนี้แทนเกษตรกรได้ โดยที่ประชุมจะนำเสนอคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรเพื่อพิจารณาอนุมัติชำระหนี้แทนต่อไป

ประชุมคณะทำงานกลั่นกรองวาระการประชุมคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2563) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร ประชุมคณะทำงานกลั่นกรองวาระการประชุมคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ครั้งที่ 4/2563 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีนายนวคม เสมา ประธานคณะทำงานเป็นประธานเพื่อกลั่นกรองวาระการประชุมคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ซึ่งได้กำหนดวันประชุมคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรไว้ในวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีวาระพิจารณา อาทิ พิจารณารายชื่อเกษตรกรเพื่อขออนุมัติชำระหนี้แทน,พิจารณาร่างหลักเกณฑ์การชำระหนี้แทนเกษตรกร ลูกหนี้สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) กรณีหนี้พิพากษา,พิจารณาหลักเกณฑ์และคู่มือการอุทธรณ์ทะเบียนหนี้เกษตรกร ปี 2563 เป็นต้น

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11:00 น. นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBT เกี่ยวกับภารกิจของกองทุนฟื้นฟูฯ ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมการตรวจราชการของนายกรัฐมนตรี ณ ห้องประชุมศูนย์ราชการจังหวัดน่าน โดยบ่ายวันนี้ มีเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ 2 รายที่ได้รับการจัดการหนี้แล้ว มารับมอบโฉนดที่ดินคืนจากนายกรัฐมนตรี

10 ก.พ.63 เวลา 15.00 น. นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิภาคราชการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลงพื้นที่กลุ่มองค์กรเกษตรกร กองทุนฟื้นฟูฯ บ้านป้าสายพิณ วงษ์ศิริ บ้านเลขที่ 63 ม.1 ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประธานกลุ่มเกษตรกรเกษตรพัฒนาบ้านสวนพริก ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)ปี 2555 เป็นเงินสินเชื่อจำนวน 325,275 บาท ตามโครงการ เช่านา ทำนาอินทรีย์(ข้าวไรช์เบอรี่ และข้าวหอมมะลิ) ปี 2555-2561 ปัจจุบันชำระหนี้ต่อกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)หมดเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันมีสมาชิกที่ยังดำเนินการโครงการต่อเนื่องอยู่จำนวน 7 ครัวเรือน เช่านาเฉลี่ยรายละ 20 ไร่ มีรายได้ต่อครัวเรือนไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน มีเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่มจำนวน 200,000 บาท เป็นตัวอย่างเกษตรกรที่มีชีวิตที่ดีขึ้น ที่มีความเข้มแข็งสามารถช่วยเหลือพี่น้องในเครือข่ายได้สมควร มีกระบวนการถอดบทเรียนเพื่อขยายผลต่อไป