วันที่ 27 มกราคม 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย (กฟก.) ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับองค์กรเกษตรกรจำนวน 4 องค์กร ดังนี้

1.กลุ่มพัฒนาสตรีบ้านหนองยาว ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

2.กลุ่มเกษตรกรบ้านหนองยาว ม.4 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

3.กลุ่มเกษตรก้าวไกลร่วมใจพัฒนา ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

4.กลุ่มเกษตรกรพัฒนา ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณาอนุมัติแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตรกร เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบต่างๆที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประกาศกำหนด รวมถึงขั้นตอนการเสนอแผนหรือโครงการฯ วิธีการเสนอโครงการฯ การพิจารณาอนุมัติโครงการฯ การดำเนินการ และการติดตามประเมินผลโครงการฯ ให้กับสมาชิกองค์กรเกษตรกรได้รับทราบโดยทั่วถึงกัน

ทั้งนี้ องค์กรเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแล้ว สามารถขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยการจัดทำแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เสนอต่อสำนักงานหรือสำนักงานสาขาจังหวัดที่เป็นที่ตั้งขององค์กรเกษตรกร และให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการบริหารฯกำหนด โดยให้เกษตรกรแต่ละรายจัดทำข้อมูลรายบุคคลยื่นเสนอต่อองค์กรเกษตรกรต้นสังกัด ตามแบบที่สำนักงานกำหนด ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงราย ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ชั้น 1

วันที่ 28 มกราคม 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 4/2564 ณ ห้องประชุมชั้น 5 โดยมีนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นประธาน

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ กฟก. ในฐานะเลขานุการคณะ สรุปประเด็นการประชุมว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรขององค์กรเกษตรกร จำนวน 12 องค์กร จาก 12 จังหวัด โดยในเบื้องต้นคณะกรรมการได้มีข้อเสนอแนะให้องค์กรเกษตรกรปรับปรุงแผนและโครงการเพื่อนำเสนอที่ประชุมในคราวต่อไป และมีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เรื่อง แนวทางการอนุมัติโครงการหรือแผนงานโครงการพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในอำนาจหน้าที่เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ตามที่องค์กรเกษตรกรได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2544 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ในมาตรา 31 องค์กรเกษตรกรมีสิทธิขอรับการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยให้ทำแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรยื่นต่อสำนักงานหรือสำนักงานสาขาจังหวัดที่เป็นที่ตั้งขององค์กรเกษตรกร และมาตรา 37/9 เกษตรกรที่ได้รับการจัดการหนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ โดยในปีงบประมาณ 2563 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 มีองค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ยื่นเสนอแผนหรือโครงการแล้ว จำนวน 1,538 องค์กร งบประมาณรวม 8,033,522,789 บาท

โดยเฉพาะในวันที่ 24-25 ธันวาคม 2563 ได้มีองค์กรเกษตรกรยื่นเสนอแผนหรือโครงการตามระเบียบใหม่    ที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้มีมติเห็นชอบระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วย การพิจารณาแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การติดตามและประเมินผลการดำเนินการ การเบิกจ่ายเงิน และการใช้คืนเงินให้แก่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2563 ไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 จำนวน 168 องค์กร เป็นเงินงบประมาณ 6,292,308,563 บาท โดยแยกเป็น ภาคเหนือ 62 องค์กร งบประมาณ 2,287,237,222 บาท ภาคกลาง 36 องค์กร งบประมาณ 1,135,890,741 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 62 องค์กร งบประมาณ 2,860,622,329 บาท และภาคใต้ 8 องค์กร งบประมาณ 8,558,271 บาท

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจะดำเนินการพิจารณาแผนหรือโครงการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เบื้องต้นมีงบประมาณเพื่อใช้ในการฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรอยู่ 340 ล้านบาท จะอนุมัติให้หมดภายในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2564 นี้ อย่างไรก็ตามสำนักงานได้จัดทำแผนของบกลางเพิ่มเติมสำหรับการฟื้นฟูอาชีพ จำนวน 3,290 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ดังนั้นองค์กรเกษตรกรสามารถยื่นเสนอแผนหรือโครงการได้ ณ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดอันเป็นที่ตั้งขององค์กรได้ หากเกษตรกรต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการขึ้นทะเบียนองค์กร การยื่นเสนอแผนหรือโครงการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดทั่วประเทศ ในเวลาราชการ  08.30 น. – 16.30 น. นายสไกรกล่าว

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ลงพื้นที่จังหวัดแพร่เพื่อติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง และเปิดงานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 โอกาสนี้ได้เป็นประธานมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดแพร่ กรณีลูกหนี้สหกรณ์การเกษตรวังชิ้น จำกัด จำนวน 4 ราย รวมมูลหนี้ 1,834,423.81 บาท มอบโฉนดที่ดินคืนเกษตรกรภายหลังที่ชำระหนี้ครบสัญญา จำนวน 10 ราย สามารถรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกรได้ทั้งหมด 18 แปลง เนื้อที่รวม 32 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา ณ หอประชุมศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง GSM (หอประชุมกอเปา) ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ และในช่วงบ่ายได้เยี่ยมชมนิทรรศการและบูธแสดงสินค้ากิจกรรม “วันงานส้มเขียวหวานของดีเมืองแพร่ ประจำปี 2563” ซึ่งมีเกษตรกรสมาชิก กฟก. ร่วมออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์ขององค์กรที่อำเภอวังชิ้น จ.แพร่ ด้วย รองนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดร่วมกับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) “กองทุนฟื้นฟูฯ ผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้เริ่มดำเนินงานไปแล้วตั้งแต่ปลายปีงบประมาณ 2563 และในปี 2564 นี้ก็มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น มีการกำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงานร่วมกัน คัดเลือกองค์กรเกษตรกรสมาชิก กฟก. ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการผลิตสินค้า พาณิชย์จังหวัดในฐานะเซลส์แมนจังหวัดจะให้การสนับสนุนและหาช่องทางด้านการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมไปถึงการพัฒนาสินค้าให้เกษตรกร เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ กฟก. มีความพร้อมในด้านผลผลิตด้านการเกษตร ส่วนทางพาณิชย์จังหวัดมีความพร้อมเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์และหาช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มในส่วนผลการดำเนินงานของจังหวัดแพร่มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก กฟก. ทั้งหมด 813 องค์กร สมาชิก 71,344 คน ขึ้นทะเบียนหนี้ 8,331 คน 11,972 สัญญา มูลหนี้รวม 972,570,919.44 บาท ชำระหนี้แทนแล้ว 243 คน 243 สัญญา เป็นเงิน 27,344,421.68 บาท และสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้กับสมาชิก โดยการให้งบอุดหนุน ซึ่งเป็นงบประมาณที่นำไปพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กร ต่อยอดอาชีพให้สมาชิกในชุมชน จำนวน 124 องค์กร เป็นเงิน 13,479,985 บาท โดยในปีงบประมาณ 2564 นี้ กฟก.จะเร่งอนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนเงินทุนให้องค์กรเกษตรกรนำไปพัฒนาต่อยอดอาชีพตามนโยบายของคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย. 63 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดนนทบุรี นำโดยนายชิษณุชา นวลปาน ประธานคณะอนุกรรมการฯ ดร. วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา รองประธาน และ นางวรรณี มหานีรานนท์ หัวหน้าสำนักงานสาขา เข้าร่วมงานประกวดแพะชุมชน บ้านท่าอิฐ ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยรางวัลจาก พณ จุฬาราชมนตรี ณ โรงเรียนธรรมมิสลาม มูลนิธิ โดยได้รับเกียรติจากท่านณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เข้าร่วมเยี่ยมชมงาน โดยมีนายปรีดา เชื้อผู้ดี นายก อบต.ท่าอิฐ และคณะผู้บริหารและบุคลากรของโรงเรียนธรรมมิสลาม ให้การต้อนรับ

ในการนี้ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดนนทบุรี ได้ออกบูทประชาสัมพันธ์ พ.ร.บ. และภารกิจของ กฟก. มีเกษตรกรให้ความสนใจสมัครขอขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกร

วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2563) เวลา 09.00 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยว่าที่ร้อยตรียงยุทธ เกษาโร และนายสรรพสิทธิ์ อาษาสร้อย ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสำนักงานเข้าร่วมออกหน่วยให้บริการ โดยมีนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ร่วมโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ครั้งที่ 2 /2564 เพื่อให้บริการประชาชน คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ “คลินิกหนี้” ให้คำปรึกษาปัญหาหนี้สินกับเกษตรกร รวมทั้งแนวทางการดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้เกษตรกร และการจัดตั้งกลุ่มองค์กร การรับขึ้นทะเบียนเกษตรกร (หนี้) โดยได้รับความสนใจจากเกษตรกร และผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหมูม่น ตำบลหมูม่น อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์

 

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้รับมอบหมายจาก  รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดกิจกรรมโครงการ “กองทุนฟื้นฟูฯผลิต พาณิชย์ตลาด” ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน    ณ กลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านหันเทา ตำบลปะโค อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยหน่วยงานภาคราชการให้การต้อนรับ

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้พาณิชย์จังหวัดร่วมกับกองทุนฟื้นฟูฯ เพิ่มช่องทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้กับเกษตรกร ภายในงานมีการลงแขกเกี่ยวข้าวอินทรีย์ นวดข้าวอินทรีย์แบบโบราณและสีข้าวอินทรีย์วิถีไทย โดยนายไชยยศ จิรเมธากร ได้เยี่ยมชมกิจกรรมขององค์กรเกษตรกรสมาชิก กฟก. พร้อมทั้งมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดและ กฟก.ประสานความร่วมมือในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์    ขององค์กร เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีศักยภาพพร้อมในการพัฒนาสินค้าให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคต่อไป

วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2563) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะทำงานตรวจสอบรายชื่อ และคุณสมบัติเกษตรกรก่อนการชำระหนี้แทน ครั้งที่ 2/2563 โดยมีนายสมศักดิ์ โยอินชัย เป็นประธานคณะทำงาน นายประพฤทธิ์ ปิยะกาญจน์ พนักงานอาวุโส รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าส่วนจัดการหนี้ฯ 3 ทำหน้าที่คณะทำงานและเลขานุการ สำหรับการประชุมในวันนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบรายชื่อเกษตรกรสมาชิกที่เป็นหนี้เร่งด่วน กรณีหนี้สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ธนาคารพาณิชย์ และนิติบุคคล จำนวน 31 ราย เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรพิจารณาเห็นชอบดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2563) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะทำงานกลั่นกรองการอุทธรณ์     ขึ้นทะเบียนหนี้และการอุทธรณ์การจัดการหนี้ ครั้งที่ 3/2563    โดยมีนายถวิล ตรีวรปรัชญ์ เป็นประธานคณะทำงาน  นายภานุพันธ์ บำรุงสุข พนักงานอาวุโส รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าส่วนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ฯ ทำหน้าที่คณะทำงานและเลขานุการ

คณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบรายละเอียดสำนวนอุทธรณ์การขึ้นทะเบียนหนี้และการอุทธรณ์การจัดการหนี้ให้เป็นไปตามประกาศและหลักเกณฑ์การอุทธรณ์ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร พิจารณาอนุมัติชำระหนี้แทนตามขั้นตอนต่อไป โดยสามารถเรียกบุคคล  ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือเรียกเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา

สำหรับการประชุมในวันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการอุทธรณ์การขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน  3  ราย เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรพิจารณาเห็นชอบอนุมัติชำระหนี้แทนเกษตรกรสมาชิกตามขั้นตอนต่อไป

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประชุมคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมเพื่อการผลักดันทางนโยบายและแก้ไขปัญหาเกษตรกร ครั้งที่ 7/2563 ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีนายสำเริง ปานชาติ เป็นประธาน นายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เลขานุการและอนุกรรมการฯ คณะ โดยที่ประชุมร่วมกันพิจารณากลั่นกรองวาระการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ พิจารณาต่อไป