<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประวัติ - สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร</title>
	<atom:link href="https://frdfund.org/th/category/about-us/history/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://frdfund.org/th</link>
	<description>ช่วยเหลือและพัฒนาเกษตกรคืองานของเรา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 03 Oct 2019 09:01:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://frdfund.org/th/wp-content/uploads/2020/07/cropped-LOGOFRDFUND2019-1-e1594783305414-32x32.png</url>
	<title>ประวัติ - สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร</title>
	<link>https://frdfund.org/th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">168201712</site>	<item>
		<title>ประวัติ</title>
		<link>https://frdfund.org/th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Oct 2019 08:57:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประวัติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://frdfund.numplus.com/th/?p=8409</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; สืบเนื่องจากกระบวนการมีส่วนร่วมการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยจำนวนเกษตรกรสมาชิกมูลนิธิเกษตรกรไทย 3,665 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น โดยงดคิดดอกเบี้ยปรับเป็นระยะเวลา 1 ปี ฤดูกาลผลิต 1 เมษายน 2537-31 มีนาคม 2538 แล้วการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิและแกนนำ 6 อำเภอ มีข้อสรุปว่าแก้ไขปัญหาโดยลำพังมูลนิธิเกษตรกรไทย เท่าที่ผ่านมาได้ข้อสรุปเป็นบทเรียนคือ การต่อสู้เพื่อสิทธิขอเกษตรกรบนพื้นฐานของการสูญเสียของอีกฝ่ายหนึ่ง แม้จะเป็นพลังบริสุทธิ์ มุ่งเป้าที่ปัญหาเป็นที่ตั้ง กว่าจะประสบผลสำเร็จ ต้องเผชิญกับปัญหานานับประการ และการสูญเสีย ขณะที่ภาคอีสานมีองค์กรของเกษตรกรจำนวนมากที่กำลังต่อสู้เพื่อปัญหาของเกษตรกร จึงเห็นชอบเชิญองค์กรที่มีหลักยึดอุดมการณ์ร่วมกันสร้างพันธมิตร ยึดปัญหาเป็นที่ตั้ง แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง &#160;&#160;&#160;&#160;&#160; &#160;พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2542 (รก.2542/39ก/13/18 พฤษภาคม 2542) และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือ วันที่ 19 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นไป เกิดปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะในภาคอีสานคือการรับรู้ถึงกฎหมายฉบับนี้ของเกษตรกรมีมากกว่าส่วนราชการ หรือกลุ่มอื่นๆ มีทั้งพฤติกรรมความเห็นแย้งและการโต้ตอบจากกลุ่มที่ติดตามไม่เท่าทันความเคลื่อนไหว และกลุ่มที่เข้าใจกันเห็นประโยชน์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://frdfund.org/th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/">ประวัติ</a> first appeared on <a href="https://frdfund.org/th">สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="description">
							<div class="desc-content"><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สืบเนื่องจากกระบวนการมีส่วนร่วมการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยจำนวนเกษตรกรสมาชิกมูลนิธิเกษตรกรไทย 3,665 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น โดยงดคิดดอกเบี้ยปรับเป็นระยะเวลา 1 ปี ฤดูกาลผลิต 1 เมษายน 2537-31 มีนาคม 2538 แล้วการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิและแกนนำ 6 อำเภอ มีข้อสรุปว่าแก้ไขปัญหาโดยลำพังมูลนิธิเกษตรกรไทย เท่าที่ผ่านมาได้ข้อสรุปเป็นบทเรียนคือ การต่อสู้เพื่อสิทธิขอเกษตรกรบนพื้นฐานของการสูญเสียของอีกฝ่ายหนึ่ง แม้จะเป็นพลังบริสุทธิ์ มุ่งเป้าที่ปัญหาเป็นที่ตั้ง กว่าจะประสบผลสำเร็จ ต้องเผชิญกับปัญหานานับประการ และการสูญเสีย ขณะที่ภาคอีสานมีองค์กรของเกษตรกรจำนวนมากที่กำลังต่อสู้เพื่อปัญหาของเกษตรกร จึงเห็นชอบเชิญองค์กรที่มีหลักยึดอุดมการณ์ร่วมกันสร้างพันธมิตร ยึดปัญหาเป็นที่ตั้ง แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2542 (รก.2542/39ก/13/18 พฤษภาคม 2542) และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือ วันที่ 19 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นไป เกิดปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะในภาคอีสานคือการรับรู้ถึงกฎหมายฉบับนี้ของเกษตรกรมีมากกว่าส่วนราชการ หรือกลุ่มอื่นๆ มีทั้งพฤติกรรมความเห็นแย้งและการโต้ตอบจากกลุ่มที่ติดตามไม่เท่าทันความเคลื่อนไหว และกลุ่มที่เข้าใจกันเห็นประโยชน์ ต้องการใช้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งค่อนข้างเกื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรอันเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ เช่น มีพรรคการเมืองบางพรรคถึงกับการนำเสนอเป็นนโยบายพรรค “เพิ่มเงินกองทุนฟื้นฟูและการพัฒนาเกษตรกรปีละ 50,000 ล้าน” เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดี หากฝ่ายการเมืองให้ความสนใจเรื่องของเกษตรกร เช่นเดียวกับ เรื่องของกองทุนฟื้นฟู ขณะนี้อาชีพเกษตรกรรมอันเป็นหลักค้ำยันประเทศคงไม่พัฒนาจนล้าหลังขนาดนี้ อย่างไรก็ดีหลังกฎหมายประกาศมีผลบังคับใช้มีกระบวนการดำเนินตามกฎหมายและความเคลื่อนไหวต่างๆ มากมาย</p>
<p><span style="color: #006699;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ปฏิญญา 5 องค์กรสถาบันเกษตรอีสาน </strong></span><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; องค์กรสถาบันเกษตรกรอีสาน ประกอบด้วย</p>
<table height="64" width="821" cellpadding="1" cellspacing="1" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</td>
<td>
<ul>
<li>มูลนิธิเกษตรกรไทย</li>
<li>ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรขอนแก่น จำกัด</li>
<li>สมัชชาเกษตรรายย่อยภาคอีสาน</li>
<li>สหพันธ์สหกรณ์การเกษตรภาคอีสาน</li>
<li>ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรชาวไร่อ้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้มีปริญญาร่วมกัน ณ วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2539 คือ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#8211;&nbsp; ประสานพลังเพื่อพัฒนาสถาบันและเกษตรกรอีสาน ให้มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมอาชีพอื่น<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &#8211;&nbsp; ผลักดันนโยบายและแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาของเกษตรกร(เอกสารประกอบ 1)</p>
<p class="font-family-optima"><span style="font-size: 13px;"><span style="color: #006699;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.จุดเริ่มต้นกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร</strong></span></span><br><span style="color: #006699;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong></span>การประชุมร่วมระหว่างส่วนราชการและมูลนิธิเกษตรกรไทย วันที่ 26 ธันวาคม 2539 ณ สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (นายธวัช เสถียรนาม) เป็นประธานที่ประชุมประกอบด้วย นักวิชาการ ผู้ชำนาญการด้านชลประทาน อุตสาหกรรมขนาดย่อม สหกรณ์ ธกส. และผู้แทนมูลนิธิ โดยมีประเด็นหารือ คือ เกษตรกรที่ได้รับการผัดผ่อนหนี้แล้วข้างต้นจะส่งเสริมให้มีการสร้างรายได้อย่างไร จึงจะมีการชำระหนี้ที่ค้างได้ และเกษตรกรที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อยู่ในเงื่อนไขที่ต้องให้การช่วยเหลือ จะทำอย่างไร การแลกเปลี่ยนในที่ประชุมเห็นว่าควรมีโครงการนำร่องพิเศษฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ในพื้นที่ 6 อำเภอ เพื่อส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืนทั้งในภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตร โดยมีส่วนร่วมของเกษตร ภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา แต่ที่ประชุมไม่มีข้อยุติทางเลือกเนื่องจากมิใช่ฝ่ายนโยบายแลไม่มีอำนาจหน้าที่</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2539 มูลนิธิเกษตรกรไทย ได้เสนอโครงการฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร 6 อำเภอจังหวัดขอนแก่น ต่อ ฯพณฯ ขอนแก่น เพื่อร่วมประชุมกับคณะกรรมการร่วมสถาบันเกษตรอีสานที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น โดยมีโครงการฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร จะมีเกษตรกรได้รับผลประโยชน์จากโครงการ จำนวน 37,542 คน แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรจากนายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ในขณะนั้น</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<span style="font-size: 13px;"><span style="color: #006699;"><strong>3.กระบวนการขับเคลื่อนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร พ.ศ. 2540<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;</strong></span></span>23 มกราคม 2540 เกิดแนวร่วมสถาบันเกษตรกรภาคอีสาน ซึ่งแปรสภาพ 5 องค์กร สถาบันเกษตรกรอีสานเหลือ 3 องค์กร คือ</p>
<table height="64" width="821" cellpadding="1" cellspacing="1" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</td>
<td>
<ul>
<li>มูลนิธิเกษตรกรไทย</li>
<li>สหกรณ์การเกษตรขอนแก่น จำกัด</li>
<li>ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรชาวไร่อ้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ได้ยื่นข้อเรียกร้อง ต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ผ่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชิงชัย มงคลธรรม ประเด็นที่สำคัญ คือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ที่ผูกพันอยู่กับ ธกส. ทุกสัญญาเงินกู้ อย่างมีเหตุผล</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ให้รัฐบาลจัดทำโครงการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น โดยวิธีการสหกรณ์อย่างจริงจังและปรากฏผลโดยทันที</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. ให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อแก้ปัญหาข้างต้นโดยมีผู้แทนเกษตรกรมากกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการ* ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลแล้วผลสะท้อนคือปฏิกิริยาความเงียบ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/bul_arrow_green.gif">&nbsp;<span style="color: #008080;"><strong>การชุมนุมใหญ่ ครั้งที่ 1 : สำนักงานเกษตร ต.ท่าพระ จ.ขอนแก่น</strong></span><br>&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 24 มีนาคม 2540 มูลนิธิเกษตรกรไทย เป็นแกนนำในแนวร่วมสถาบันเกษตรกรภาคอีสาน (นกอ.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่บริเวณสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ต.ท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น มีสมาชิกร่วมประชุมประมาณ 90,000 คน และได้มี ฯพณฯ นายชิงชัย มงคลธรรม มาร่วมบันทึกข้อตกลงในฐานะตัวแทนรัฐกับผู้แทน นกอ. โดยมีสาระคือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. รัฐบาลสั่งการแขวนหนี้เกษตรกร งดเรียกเก็บทั้งต้น และดอกเบี้ย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2540 และให้ขยายผลมติ ครม. วันที่ 11 มีนาคม 2540</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เรื่องการรับทราบผลการดำเนินการแก้ไขปัญหา สก.กย. ให้ครองคลุมถึงเกษตรกรทุกกลุ่ม<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มปัญหา&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ให้จัดสรรงบประมาณสนับสนุน “กองทุนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร” ไม่ต่ำกว่าปีละ 10,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา แผนฯ 8 (เอกสารประกอบ 2)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/bul_arrow_green.gif">&nbsp;<span style="color: #008080;"><strong>การประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2 : สำนักงานเกษตร ต.ท่าพระ จ.ขอนแก่น</strong></span><br>&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วันที่ 26 พฤษภาคม 2540 การแก้ไขปัญหาใดๆ ตามข้อตกลงที่ ฯพณฯ นายชิงชัย มงคลธรรม มาร่วมลงบันทึกสัญญา ไม่เกิดเป็นรูปธรรมแม้แต่การแต่งตั้งคณะกรรมการร่วม / อนุกรรมการกลุ่มปัญหา อีกทั้งได้รับคำชี้แจงจาก รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคู่สัญญาว่า “หากอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรได้ ให้ไปเอากับรัฐบาลดาวอังคาร” แกนนำองค์กร โดยมูลนิธิเกษตรกรไทยจึงนัดหมายประชุมสมัยวิสามัญของ นกอ. ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2540 ที่สำนักงานเกษตรฯ ต.ท่าพระ ที่เดิมและมีพิธีสาปแช่งเผาหุ่นของเสนนาบดี ไม่จริงใจกับการแก้ปัญหาของเกษตรกรด้วย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในวันดังกล่าว จึงเป็นประวัติศาสตร์ขององค์กรเกษตรกรที่สมาชิกเกษตรกรกว่า 135,000 คน มาร่วมประชุม และรอรับฟังความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ณ ที่ประชุม ตั้งแต่เวลา 05.00 น.-14.00 น. เหตุด้วยความแออัดยัดเยียด ความร้อนจากแดดแผดเผา และน้ำดื่มที่ทางราชการนำมาบริการไม่เพียงพอแกนนำองค์กรจึงตัดสินใจนำสมาชิกเกษตรกรกว่า 100,000 คน เดินทางไปผ่อนคลายความร้อน และหาน้ำดื่มบริเวณลำน้ำชี ทำให้ถนนเส้นทางตั้งแต่สำนักงานเกษตรฯ ท่าพระถึงถนนมิตรภาพบริเวณแก่งน้ำต้อน บ้านกุดกว้าง อ.เมืองขอนแก่น ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร เต็มไปด้วยเกษตรกรผู้เดินทางทั้งที่สวมร้องเท้าและเดินด้วยเท้าเปล่า อันเป็นธรรมชาติวิสัยของเกษตรผู้ทำงานหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ที่มิเคยย่อท้อ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กว่าระยะเวลา 1 ชั่วโมง ที่ถนนมิตรภาพเปิดทางสัญจรทางเท้า ปิดบริการสัญจรของยวดยาดพาหนะทุกชนิด รัฐบาลได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 172 / 40 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2540 สั่งการให้ ฯพณฯ นายอดิศร เพียงเกษ รมช.กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีฯ เป็นผู้รับมอบจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรคนยากคนจน โดยมีคำมั่นสัญญา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศต่อสาธารณชนเรือนแสนว่า “ถ้าแก้ไขปัญหาพี่น้องเกษตรกรคนยากคนจนไม่ได้ ขอไปกระโดดน้ำโขงตายดีกว่า” เป็นหลักประกันที่ประชาชนมั่นใจว่าการแก้ไขปัญหาจะเป็นผลสำเร็จ (เอกสารประกอบ 3)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คณะกรรมการร่วมฯ โดยมี ฯพณฯ อดิศร เพียงเกษ เป็นประธานได้ใช้กระทรวงวิทยาศาสตร์เป็นจุดนัดพบคณะกรรมการร่วมฯ และใช้โรงสูบน้ำพลังไฟฟ้า บ้านหนองบัวดีหมี ต.ท่าพระ เป็นศูนย์อำนวยการร่วมฯ มีคณะกรรมการร่วม และคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้น 10 คณะ คือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 190 / 2540 แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคราชการและแนวร่วมสถาบันเกษตรกรภาคอีสาน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. คำสั่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แต่งตั้ง<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานกลุ่มปัญหาหนี้สินเกษตร และสถาบันเกษตรกร<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานกองทุนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานกลุ่มปัญหาที่ดิน<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานกลุ่มปัญหาป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานพัฒนาสหกรณ์<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานจัดตั้งธนาคารสหกรณ์แห่งชาติ<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานกลุ่มปัญหาอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาล<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานศูนย์อำนวยการร่วม<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อนุกรรมการประเมิน และตรวจสอบหนี้สินเกษตรกรระดับจังหวัด และเป็นคำสั่ง สุดท้ายที่ วว.192/2540 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2540</p>
<p><strong>ผลการทำงาน<br></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ของคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคราชการกับแนวร่วมสถาบันเกษตรกรภาคอีสาน ปัญหาหนี้สินเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร และกองทุนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร มีข้อสรุปดังนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span style="text-decoration: underline;">1. กลุ่มปัญหาหนี้สินเกษตรกร และสถาบันเกษตร<br></span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คณะอนุกรรมการกลุ่มปัญหาหนี้สิน – ศูนย์อำนวยการร่วม – คณะกรรมการร่วม คร.นกอ. มีมติ ( 22 กันยายน 2540 )</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (1) หนี้โครงการที่รัฐส่งเสริมแต่ล้มเหลว คือ โครงการส่งเสริมการปลูกมะม่วงหิมพานต์ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงหม่อนไหมและโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคออสเตรเลียนบราห์มัน 3 โครงการ ให้ยกเลิกหนี้ให้เกษตรอย่างมีเหตุผล และให้ประเมิน และยกหนี้โครงการส่งเสริมการปลูกไผ่ตงด้วย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (2) หนี้เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร ให้แต่งตั้งอนุกรรมการประเมิน และตรวจสอบหนี้สินเกษตรกร และระหว่างการตรวจสอบให้พิจารณาดำเนินการสั่งการแขวนหนี้เกษตรกรผู้เดือดร้อนและร้องขอไว้ก่อน จนกว่าผลการประเมิน และตรวจสอบจะแล้วเสร็จชัดเจนกว่าควรลดดอกเบี้ย / ขยาย ระยะเวลาชำระให้แก่เกษตรกรรายใดบ้าง โดยยึดเหตุผลและความเป็นจริง</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (3) เร่งดำเนินแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยปรับหนี้เข้าสู่ระบบ หรือวิธีการอื่นใดที่จะเป็นผลให้เกษตรกรผู้เดือดร้อนได้รับความช่วยเหลือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ ฯพณฯ นายอดิศร เพียงเกษ รับจะนำพิจารณาในคณะรัฐมนตรีเพื่อนุมัติดำเนินการ แต่จนแล้วจนกระทั่งหมดรับบาลลาออก นอกจากการประชุมคระต่าง ๆ 7 ครั้ง คระกรรมการร่วมฯ ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ อันเป็นการแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่เป็นรูปธรรมแม้ประการเดียว</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span style="text-decoration: underline;">2. โครงการกองทุนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร :</span> กองทุนหลงขบวนผลงานโชว์วิสัยทัศน์รัฐบาลเป็นโครงการหนึ่งเดียวที่บรรเทาเกษตรกรทั้งหลายต่างจังหวัดเป็นที่พึ่งสุดท้าย เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการทำมาเลี้ยงชีพ และเป็นที่มาแห่งรายที่จะนำไปชำระหนี้ที่ได้เสนอแขวนไว้รอ / ขยาย ระยะเวลาชำระ / ลดดอกเบี้ย และหนี้เดิม ๆ ที่ผูกพันตามกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สิน (ถ้าสำเร็จ) โดยคณะกรรมการร่วม ฯได้ดำเนินการ ดังนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วันที่ 18 สิงหาคม 2540 เสนอหลักการโครงการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกรและร่างระเบียบสำนักนายกรับมนตรี ว่าด้วยเงินกองทุนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร พ.ศ. 2540 เสนอ ฯพณฯ นายอดิศร เพียงเกษ ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วันที่ 29 สิงหาคม 2540 เลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งเรื่องให้สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังพิจารณา และมีผลสรุป คือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (1) ไม่สมควรจัดตั้งระเบียบกองทุนนี้ขึ้นมาอีก เพราะปัจจุบันมีกองทุน และเงินทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร กระจายตามหน่วยงานต่าง ๆ ประมาณ 25 กองทุน มีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปีอยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (2) ดำเนินการไม่ได้ เพราะขัดกับ พรบ. เงินคงคลัง พ.ศ. 2491 มาตรา 12 ที่บัญญัติว่า “การจ่ายเงินเป็นทุน หรือทุนหมุนเวียนเพื่อการใด ๆ ให้กระทำได้แต่โดยตราเป็นกฎหมาย”</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ ฯพณฯ รมว.กระทรวงการคลัง (นายทนง พิทยะ) ได้ให้ความเห็นว่า “เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นระบบ ควรรวมกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้รวมกันอยู่ในหน่วยงานเดียวและควรนำเสนอ ครม. พิจารณาโดยให้มีการตราเป็นกฎหมายรับรองขึ้น” (หนังสือด่วนที่สุดที่ กค. 0526.5 / 35427 2 ตุลาคม 2540)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ตัวแทนที่รัฐบาลมอบหมายให้มาดูแล คือ รมช.อดิศร เพียงเกษ มิได้เอาใจใส่ที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อวินิจฉัยการแก้ปัญหา และสิ่งน่าละอายใจอย่างยิ่งก็คือ การกระทำพฤติกรรมนักการเมือง และนักกฎหมายของกระทรวง / กรมต่าง ๆ ที่มาร่วมยกร่างโครงการและระเบียบดังกล่าว ทั้ง ๆที่รู้อยู่ว่าเมื่อเสนอไปจะมีคำตอบอย่างไร เพราะมี พรบ.เงินคงคลัง มาตร 21 พ.ศ. 2491 ซึ่งได้กำหนดจำกัดกรอบไว้แล้วยังฝืนดำเนินการ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/bul_arrow_green.gif">&nbsp;<span style="color: #008080;"><strong>ชุมนุมใหญ่ ครั้งที่ 3 : สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น</strong></span><br>&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; 17 พฤศจิกายน 2540 มูลนิธิเกษตรกรไทย สมาชิกประมาณ 64,650 คน ได้ร่วมเสนอปัญหาเกษตรกร ต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีผ่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น ให้ดำเนินการสืบเนื่องเรื่องที่ค้างคาจากการดำเนินงานที่ไม่บรรลุผลจากรัฐบาลที่ผ่านมา และ 14 มกราคม 2541 นายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคราชการกับผู้แทนมูลนิธิเกษตรกรไทย เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ค้างอยู่ ตามสรุปข้อเรียกร้อง คือ<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; 1. กลุ่มปัญหาหนี้สินเกษตรกร<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; 2. กองทุนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. ข้อเสนอในเชิงนโยบาย คือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทบทวนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 ให้สนองตอบความต้องการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรกรรมอย่างแท้จริง ให้สมดุลย์กับภาคอุตสาหกรรม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กำหนดแผนแม่บทว่าด้วยบูรณาการภาคเกษตรกรรมให้มีแผนส่งเสริม และฟื้นฟูภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นธรรม และชัดเจน (เอกสารประกอบ 4)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/bul_arrow_green.gif">&nbsp;<span style="color: #008080;"><strong>ชุมนุมใหญ่ ครั้งที่ 4 : สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น</strong></span><br><span style="color: #008080;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong></span>23-25 พฤษภาคม 2541 หลังการวมตัวขององค์กรเกษตรกรในนามคณะกรรมการประสานงานองค์กรภาคอีสาน (คปอ.) ได้ชุมนุมกันที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น กว่า 75,000 คน โดยมีสมาชิกมูลนิธิเกษตรกรไทยเป็นกำลังหลัก เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเกษตรกรได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย การฟื้นฟูชีวิตเกษตรกรดีขึ้น โดยมีตัวแทนร่วมเป็นกรรมการภาคราชการและภาคเกษตรฝ่ายละ 10 คน ให้มีผลเสนอต่อรัฐบาลภายใน 15 วัน โดยมีสรุปร่วมระหว่างภาครัฐ กับเกษตรกร 2 ประการ คือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การแขวนหนี้เกษตรกรผู้ประสบภาวะวิกฤติปัญหาหนี้สิน โดยดำเนินการให้เห็นผลทางปฏิบัติ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตรากฎหมายกองทุนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร และออกระเบียบกองทุนฟื้นฟูชีวิตเกษตรกรประกอบกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อให้มีผลปฏิบัติ ทั้งนี้ ทั้งข้อ 1 และ ข้อ 2 จะต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมก่อนวันครบรอบ 66 ปี ประชาธิปไตย คือ วันที่ 24 มิถุนายน 2541 นี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อนึ่ง การตรากฎหมายฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร องค์กรเกษตรกรในนาม คปอ. เริ่มมีความคิดเห็นแตกต่างกัน กลุ่มมูลนิธิเกษตรกรไทย เห็นชอบกับการตราเป็นพระราชบัญญัติ (พรบ.) แต่ต้องแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนอีกหลาย ๆ องค์กรยืนยันว่า ต้องตราเป็นพระราชกำหนด (พรก.) เท่านั้น อาจเพราะมีเหตุผลเพื่อการชุมนุมใหญ่ 66 ปี ประชาธิปไตย ที่กรุงเทพมหานครและคาดว่าจะระดมเกษตรกรจากทุกองค์กรและประชาชนภาคอื่น ๆเป้าหมายที่จำนวน 100,000 คน โดยจุดหมายหลักเพื่อการอื่น มิใช่ที่ปัญหาเกษตรกร</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 23 มิถุนายน 2541 ที่บ้านมังคศิลา กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการพิจารณาร่าง พรบ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร แล้วเสร็จโดยการมีรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองนายอำนวย ปะติเส เป็นประธานกรรมการ มีองค์กรเอกชนที่มีคุณูปการต่อการยกร่าง พรบ. ฉบับนี้คือสถาบันนโยบายกฎหมายเพื่อสังคม และผู้นำเกษตรกรร่วมยกร่างจนแล้วเสร็จ และที่ประชุมคณะกรรมการเห็นชอบให้นำเสนอในนามรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้นำเสนอสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2541 มูลนิธิเกษตรกรไทยได้ประกาศถอนตัวจากการร่วมสังฆกรรมกับ คปอ. โดยเด็ดขาด</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 15 ตุลาคม 2541 สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 20 ปีที่ 2 ครั้งที่ 33 ได้พิจารณาลงมติรับหลักการ ร่าง พรบ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ….. โดยมีนายอโศก ประสานสอน ประธานมูลนิธิเกษตรกรไทย ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการวิสามัญ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการมูลนิธิ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมมาธิการฯ โดยมีคณะกรรมการชุดนี้มี ฯพณฯ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเนวิน ชิดชอบ เป็นประธาน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/bul_arrow_green.gif">&nbsp;<span style="color: #008080;"><strong>ชุมนุมใหญ่ ครั้งที่ 5 : ท้องสนามหลวง (สภาเกษตรกรไทยครั้งที่ 1)<br></strong></span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3-13 กุมภาพันธ์ 2542 กองทัพเกษตรกรภาคอีสานของมูลนิธิเกษตรกรไทย ในนามสภาเกษตรกรไทย ร่วมกับพรรคพลังธรรม พร้อมด้วยสมาชิก 19 จังหวัดภาคอีสาน จำนวนกว่า 30,000 คน เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการฟื้นฟูภาคเกษตรโดยเรียกร้องต่อรัฐบาล คือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span style="text-decoration: underline;">1. ปัญหาหนี้สินเกษตรกร</span> ขอให้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรผู้เดือดร้อนที่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ดังนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.1 พักการชำระหนี้ ธกส. เป็นระยะเวลา 5 ปี ในระหว่างการพักชำระหนี้ต้องไม่คิดดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และยกเลิกประกาศขึ้นค่าบริการสินเชื่อ 1% และค่าธรรมเนียมด้วย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.2 ยกเลิกหนี้สินที่เกิดจากโครงการของรัฐที่ส่งเสริม แต่ล้มเหลว</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.3 อนุมัติหลักเกณฑ์การแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบของเกษตรกร ตามที่ตัวแทนเกษตรกรในคณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์การแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ นำเสนอ (ระเบียบ สปน.28 , สปน.33 , สปน.36) ทั้งนี้ ให้มีผลในทางปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2542 เป็นต้นไป</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="text-decoration: underline;"> 2. การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร</span><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.1 ให้กระทรวงการคลัง เสนออนุมัติจัดสรรงบประมาณสู่ โครงการตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทฤษฎีใหม่ “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ตามความเหมาะสมและเป็นธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในทุก ๆ ด้าน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.2 เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ป่าไม้ ที่ดิน เขื่อน ชลประทานและสิ่งแวดล้อม โดยเร่งออกเอกสิทธิ์ จัดสรรที่ดินทำกัน จ่ายค่าชดเชย ในกรณีที่รัฐเวนคืนที่ดิน และดำเนินการฟื้นฟูผลิตการเกษตรอย่างต่อเนื่องแบบครบวงจร เร่งดำเนินการออก พรบ. สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับของเกษตร</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong> </strong><span style="color: #006699;"><strong>นโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมสหกรณ์</strong><br></span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ให้พักการชำระหนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ หนี้ อตก. และหนี้ ธกส. เป็นระยะเวลา 5 ปี ในระหว่างการชำระหนี้ต้องไม่คิดดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และค่าบริการ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ให้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ส่งเสริมสหกรณ์ทุกสัญญา เหลือ 0 – 2 % ต่อปี ให้งดเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสหกรณ์การเกษตร</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ให้ภาคราชการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว และให้ความเป็นอิสระ ในการดำเนินการของสหกรณ์ การแนะนำ ตรวจสอบ ทางการเงินการบัญชี ต้องมีประสิทธิภาพ และให้สหกรณ์สามารถปิดบัญชีได้ปัจจุบันทุกปี</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ 4.1 และ 4.2 ให้มีผลในทางปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2542 เป็นต้นไปองค์กรเพื่อการแก้ไขปัญหา</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1. การฟื้นฟูและการพัฒนาเกษตรกรให้ตั้งคณะกรรมการร่วมฯ ระหว่างภาคราชการกับผู้แทนสภาเกษตรไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ให้มีศูนย์อำนวยการร่วมคณะกรรมการฟื้นฟูและการพัฒนาเกษตรกร</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การชุมนุมใหญ่ ณ ท้องสนามหลวง เป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งต่อการนำพิจารณาเห็นชอบ พรบ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร โดยมีข้อเสนออันเป็นมาตราการขั้นเด็ดขาดของการชุมนุม เพราะก่อนหน้านี้สภาไม่ได้ให้ความสนใจร่างกฎหมายฉบับนี้เท่าที่ควร แต่ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542 สภาได้หยิบยกพระราชบัญญัติสู่การพิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่งนับเป็นการแก้ปัญหาเรื่องการจัดคิวลำดับก่อนหลังของการพิจารณากฎหมายในสภาได้เป็นอย่างดี เป็นบทสรุปว่า “การได้มาซึ่งมีสิทธิจะพึงมีพึงได้ของชนชั้นใดๆ จะไม่ได้ทาโดยการหยิบยื่นให้แต่ได้โดยการดิ้นรน แย่งชิง”</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กรกฎาคม – สิงหาคม 2542 เลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรตามสัดส่วนทั้ง 4 ภาค และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงนามแต่งตั้งที่ได้รับเลือก ดังนี้</p>
<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ภาคเหนือ<br></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.นายอดุลย์ ศรีเทพ<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.นายเฉลียว สุวรรณประภา<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3.นายนิยม ไวยรัชพานิช<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4.นายศรีเทพ ใจทา</p>
<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ภาคกลาง<br></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 5. นายสุรชัย ศิริมัย<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 6. นายสุริยันต์ บุญนาคค้า<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 7. นายสุชัย ออสุวรรณ<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 8. นายเฉลิม ปิ่นสกุล<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 9. นายอุทัย สอนหลักทรัพย์</p>
<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ<br></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 10. นายอโศก ประสานสอน<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 11. นายอุดม แสนลีลา<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 12. นายประหยัด ภูหนองโอง<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 13. นายเข็มทิศ วินทะไชย <br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 14. นายสมนึก ขจัดโรคา<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 15. นายถาวร โลห์คำ<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 16. นายนคร ศรีวิพัฒน์<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 17. นายรุจน์ สุดแสง</p>
<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ภาคใต้</strong><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 18. นายสุนทร นิคมรัตน์<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 19. นายตั๋น ตันทองแท้<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 20. นายสมชาย สิทธิโชค</p>
<p><span style="color: #006699;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กันยายน – ธันวาคม 2542<br></strong></span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเพื่อยกร่างระเบียบกฎหมายคณะคือ&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานด้านการบริหาร<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานด้านสินเชื่อ<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;คณะทำงานด้านการติดตามและประเมินผล</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;แต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับภาคพิจารณากลั่นกรองกฎหมายระเบียบข้อบังคับ&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาผู้ทรงวุฒิ และเลขาธิการสำนักกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/bul_arrow_green.gif">&nbsp;<span style="color: #008080;"><strong>ชุมนุมใหญ่ ครั้งที่ 6 : สนามหน้าศาลากลาง จ. ขอนแก่น<br></strong></span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เนื่องจากการดำเนินการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นไปด้วยตวามล่าช้า และขาดความเอาใจใส่อย่างจริงจังจากภาครัฐ มูลนิธิเกษตรกรไทยจึงชุมนุมใหญ่ ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2542 มีสมาชิกจาก 19 จังหวัดภาคอีสานกว่า 80,000 คน ร่วมชุมนุมโดยมีข้อเรียกร้อง สรุป คือ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ให้รัฐบาลเร่งรัดเอาใจใส่ดูแลในการกำกับดูแลกองทุนเร่งการออกกฎระเบียบข้อบังคับใช้ถึงเกษตรกรโดยเร็ว&nbsp;ให้ข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนฟื้นฟูเอาใจใส่และร่วมปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ให้รัฐบาลเอาใจใส่จัดหาทุนเพื่อกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน ในปี พ.ศ. 2543 ไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท</p>
<p><span style="color: #006699;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มกราคม – เมษายน 2543</strong></span><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การออกกฎระเบียบข้อบังคับส่วนใหญ่แล้วเสร็จอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องด้านภาษากฎหมาย จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกาศรับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร ตั้งแต่ 20 มีนาคม 2543 – 19 กรกฎาคม 2543 การสรรหาอนุกรรมการกองทุนจังหวัดแล้วเสร็จ แต่รอการพิจารณาแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริหารกองทุน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การสรรหาเลขาธิการแล้วเสร็จ คณะกรรมการกองทุนให้ความเห็นชอบแต่ยังไม่สามารถแต่งตั้งได้และมีการส่งเรื่องยื่นให้กฤษฎีกา (สภาเกษตรกรไทย ครั้งที่ 2) ตีความทางกฎหมาย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/bul_arrow_green.gif">&nbsp;<span style="color: #008080;"><strong>การชุมนุมใหญ่ ครั้งที่ 7 : ลานพระบรมรูปทรงม้า</strong></span> เหตุจากความล่าช้าในการเร่งรัดให้ พรบ. กองทุนมีผลบังคับใช้มูลนิธิเกษตรกรไทยในนามสภาเกษตรกรไทย จึงระดมสมาชิกทั่วประเทศ 22 จังหวัด จำนวนกว่า 50,000 คน ชุมนุม ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ตั้งแต่ 3-6 พฤษภาคม 2543 โดยมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล คือ ปัญหากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และแผนฟื้นฟูภาคการเกษตร</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. เร่งรัดให้ทุกกระทรวง และส่วนราชการทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูภาคการเกษตรตามพรบ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร มีจิตสำนึก และร่วมรับผิดชอบ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ร่วมดำเนินการ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรถึงเกษตรกร ผู้รับการฟื้นฟูภายในต้นฤดูการผลิต ปี 2543 นี้ ให้จัดหาทุน เพื่อการบริหารและทุนหมุนเวียนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้เหมาะสมตามสัดส่วนและจำนวนความต้องการประชากรภาคการเกษตรเป็นไปตามมาตรา 6 พรบ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและตามมติคณะกรรมการกองทุนคราวประชุมครั้งที่ 3/2543 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ให้ย้ายข้าราชการของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่รับผิดชอบการสั่งการข้าราชการประจำในกระทรวง กำกับนโยบายและรับผิดชอบกองทุนสำนักงานกองทุน (ชั่วคราว) แต่ขาดวิสัยทัศน์ และไร้จิตสำนึกเพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกร ซึ่งเป็นเหตุถ่วงการบริหารกองทุน ให้เกิดความล่าช้าพ้นจากตำแหน่ง ดำเนินการให้กองทุนฟื้นฟูฯ ออกสู่ความเป็นองค์กรอิสระตามมาตรา 10 พรบ.กองทุนฟื้นฟูโดยดำเนินให้มีการแต่งตั้งเลขาธิการกองทุน คณะอนุกรรมการภาค อนุกรรมการจังหวัด และการจัดตั้งสำนักงานกองทุนและสำนักงานสาขาให้เป็นเอกเทศโดยเร็ว</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยุติแผนการละเลิงเงินกู้จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย(ADB) ยกเว้นการดำเนินตามแผนและโครงการที่ประชาชนได้ให้ความเห็นชอบ และมีส่วนร่วมในการดำเนินการพร้อมทั้งสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span style="color: #006699;"><strong>ปัญหาหนี้สินเกษตรกร</strong></span><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ให้ยกเลิกระเบียบฯ ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรทุกฉบับของทุกหน่วยงานที่เป็นอุปสรรคต่การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรทุกฉบับของทุกหน่วยงานที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร เช่น ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน. 33 , 36) ระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการบริหารสินเชื่อเกษตรแห่งชาติ เป็นต้น โดยใช้กฎหมายที่ตราขึ้นใหม่แทน ให้ยกร่าง พรบ.แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ตามมาตรา 15 พรบ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และมาตราการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่ผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ให้แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการตาม ข้อ 2.1 และ ข้อ 2.2 โดยสัดส่วนของตัวแทนเกษตรกรไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคณะทำงาน และโดยมีส่วนร่วมของเกษตรกรในกระบวนการกฎหมายทุกขั้นตอน ทั้งนี้ ต้องดำเนินการยกเลิกปรับปรุง และยกร่าง พรบ. ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน เพื่อนำสู่ประกาศใช้เป็นกฎหมายโดยเร่งด่วนต่อไป</p>
<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><span style="color: #990000;"><strong>การตรา พรบ. สภาเกษตรกรแห่งชาติ และ พรบ.สภาการเกษตรแห่งชาติ</strong><br></span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.เร่งดำเนินการนำร่าง พรบ. สภาเกษตรกรแห่งชาติที่คณะทำงานตามมติ ครม. 9 กุมภาพันธ์ 2542 ยกร่างแล้วสู่กระบวนการตรากฎหมายของรัฐสภาโดยเร่งด่วน2 ดำเนินการยกร่าง พรบ. สภาการเกษตรแห่งชาติ และนำสู่กระบวนการตรากฎหมายให้แล้วเสร็จโดยเร่งด่วน เพื่อรองรับการฟื้นฟูภาคการเกษตรในอนาคต</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ให้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เห็นความสำคัญของกองทุนฟื้นและพัฒนาเกษตรกร พร้อมทั้งให้ทบทวนแนวทางในการนำเงินโครงการกองทุนผ้าป่าช่วย สาเหตุมาจากการจะนำเงินไปกลบหนี้เสียให้แก่สถาบันการเงินของรัฐที่ล้มเหลวผลการเรียกร้องรัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้บัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติที่ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้อง</p>
<p><span style="color: #990000;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การบริหารกิจการสำนักงานกองทุนปัจจุบัน พฤษภาคม – 5 กันยายน 2543</strong></span><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มีการชุมนุมประท้วงและคัดค้านการแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานกองทุน และการแต่งตั้งอนุกรรมการกองทุนจังหวัดจากเกษตรกรบางกลุ่มที่ขาดการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มกองทุน แต่งตั้งอนุกรรมการกองทุนจังหวัด แต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และเตรียมการแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนภาค <br>แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร โดยดำเนินการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พรบ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ 2) พ.ศ……..โดยในร่างกฎหมายกำหนดให้มีแนวทางจัดการหนี้ของเกษตรกร ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ แทนการตรา พรบ. แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสาระสำคัญประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กองทุนจัดการหนี้ของเกษตรกร สำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร แต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรว่าด้วยเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร อนุมัติดำเนินการ แผนประชาสัมพันธ์สำนักงานกองทุน แผนบริหารการจัดการสำนักงานกองทุน และสำนักงานเลขา แผนงบประมาณ สำนักงานกองทุน ปี 2544 การกระจายงบบริหารจัดการให้สำนักงานสาขาจังหวัดละ 100,000 บาท สำนักงานกองทุน โดยเลขาธิการสำนักงาน ประกาศรับคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้าง และพนักงานของสำนักงานกองทุนตามโครงสร้างการบริหารสำนักงาน เสนอร่างงบประมาณสำนักงานกองทุนต่อคณะรัฐมนตรี ทำสัญญาจ้างธนาคารกรุงไทย ตรวจสอบทะเบียนความซ้ำซ้อนองค์กรเกษตรกรรม และสมาชิกองค์กรเกษตรกร เสนอร่าง พรบ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ 2) พ.ศ………….ต่อ คณะรัฐมนตรี</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การโอนเงินจากกรมบัญชีกลางเข้าสู่บัญชีกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 1,820,542,700 บาท เมื่อ 9 สิงหาคม 2543</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตรที่รอคอยจากจุดริเริ่มคิดค้นแสวงหาและความพยายามของเกษตรกร ประสานกับการร่วมมือของรัฐและภาคเอกชนตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2529 จากโครงการฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร อันมีมูลเหตุการผัดผ่อนชำระหนี้ ธกส. การแสวงหาของเกษตรกรเป็นผลสำเร็จ คือ มีเครื่องมือชนิดใหม่อันแรกที่เกิดจากความต้องการและร่วมสร้างของเกษตรกรในชื่อ “พรบ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542” รวมทั้งเครื่องมือซึ่งกำลังจะนำไปเสริมองค์ประกอบใหม่ เพื่อให้มีผลบังคับให้เพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร คือ ร่างพรบ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ 2) พ.ศ………….ภายใต้การเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นฟู โดยมีกฎระเบียบ ข้อบังคับ องค์คณะบุคคล และผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูกำหนด กระบวนการฟื้นฟูองค์กรเกษตรกรที่ได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสิ้นสุด ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2543 จำนวนตามตารางดังต่อไปนี้</p>
<table align="center" width="80%" cellpadding="5">
<tbody>
<tr bgcolor="#999966">
<td width="25%" rowspan="2" valign="top" height="27">
<p align="center"><span style="color: #000000;"><b>ภาค </b></span></p>
</td>
<td colspan="2" width="50%" valign="top" height="27">
<p align="center"><span style="color: #000000;"><b>องค์กรและจำนวนสมาชิก </b></span></p>
</td>
<td width="25%" rowspan="2" valign="top" height="27">
<p align="center"><span style="color: #000000;"><b>สัดส่วนเกษตรกร<br>ที่ลงทะเบียนคิด% </b></span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="50%" valign="top" height="26" bgcolor="#999966">
<p align="center"><span style="color: #000000;"><b>องค์กร </b></span></p>
</td>
<td width="50%" valign="top" height="26" bgcolor="#999966">
<p align="center"><span style="color: #000000;"><b>จำนวนสมาชิก </b></span></p>
</td>
</tr>
<tr bgcolor="#cccc99">
<td valign="top" height="25"><span style="color: #000000;">เหนือ </span>
<p><span style="color: #000000;">กลาง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ตะวันออกเฉียงเหนือ</span></p>
<p><span style="color: #000000;">ใต้</span></p>
</td>
<td valign="top" height="25">
<p align="center"><span style="color: #000000;">17,685</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">7,428</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">19,869</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">8,929</span></p>
</td>
<td valign="top" height="25">
<p align="center"><span style="color: #000000;">1,701,813</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">982,154</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">3,002,303</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">890,578</span></p>
</td>
<td valign="top" height="25">
<p align="center"><span style="color: #000000;">25.87</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">14.93</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">45.64</span></p>
<p align="center"><span style="color: #000000;">13.54</span></p>
</td>
</tr>
<tr bgcolor="#cccc99">
<td valign="top"><span style="color: #000000;"><strong>รวม </strong></span></td>
<td valign="top">
<p align="center"><span style="color: #000000;"><strong>53,911 </strong></span></p>
</td>
<td valign="top">
<p align="center"><span style="color: #000000;"><strong>6,576,848 </strong></span></p>
</td>
<td valign="top">
<p align="center"><span style="color: #000000;"><strong>100 </strong></span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><br>ตารางจำนวนองค์กรเกษตร และสมาชิกองค์กรเกษตรกรที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกองทุนณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2543.</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; องค์กรเกษตรกรทั้ง 53,911 องค์กร และสมาชิกทั้ง 6,576,848 ที่ยื่นคำขอเข้าสู่การฟื้นฟูตามข้อกำหนดของกองทุน ซึ่งตราไว้เป็นกฎหมาย เมื่อผ่านการตรวจสอบระบบตรวจสอบความซ้ำซ้อนแล้ว จะต้องมีกระบวนการและขั้นตอนอีกอย่างน้อย ดังต่อไปนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;การประกาศผลรับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรและอนุมัติรหัสองค์กรเกษตรกร<br><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;</strong>การจัดทำบัญชีรายชื่อเกษตรกรผู้มีสิทธิ์ตาม พรบ. กองทุน<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;การบริหารและกำหนดปฏิทินสำนักงานกองทุนจังหวัด<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;การอบรมคณะอนุกรรมการกองทุนจังหวัดในภารกิจของกองทุน<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;การอบรมเกษตรกร ที่ได้รับรองขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานกองทุน เพื่อเตรียมสู่การฟื้นฟู<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img decoding="async" src="../images/stories/gimmic_orange.gif">&nbsp;กำหนดปฏิทินงานกองทุน และการอนุมัติสนับสนุนฟื้นฟูและพัฒนาองค์กรเกษตรกร<br>&nbsp;</p>

</div>
			</div><p>The post <a href="https://frdfund.org/th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/">ประวัติ</a> first appeared on <a href="https://frdfund.org/th">สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">8409</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
